คลิปเดียวจบ! วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | ศึก 12 ภาษี EP.1

คลิปเดียวจบ ! วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | ศึก 12 ภาษี EP.1

สวัสดีครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ ศึก 12 ภาษี ที่จะพาทุกคนไปรู้จักวิธีคำนวณภาษีทั้งหมด 12 ตัว ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเราครับ สำหรับตอนนี้เป็นตอนแรก EP.1 ประเดิมกันเลยกับเรื่องของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ ถ้าอยากรู้ว่าคำนวณยังไง คิดแบบไหน ตามมาดูกันเลยครับ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคืออะไร

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีที่จัดเก็บจากเงินได้ หรือรายได้ของบุคคลธรรมดาตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ

หน้าที่ของผู้เสียภาษี

หน้าที่ของผู้เสียภาษีคือการยื่นและประเมินภาษีด้วยตนเองตามที่กฎหมายกำหนด

องค์ประกอบของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เมื่อพูดถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะมี 2 องค์ประกอบหลักๆ คือ ผู้มีหน้าที่เสียภาษี และ เงินได้ที่ต้องเสียภาษี

บุคคลธรรมดาตามกฎหมาย

บุคคลธรรมดาตามกฎหมาย หมายถึง

  • บุคคลธรรมดา
  • ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
  • กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญ
  • คณะบุคคล
  • วิสาหกิจชุมชน

เงินได้ที่ต้องเสียภาษี

เงินได้ที่ต้องเสียภาษี หมายถึง

  • เงิน
  • ทรัพย์สิน
  • สิทธิประโยชน์
  • ภาษีที่นายจ้างออกให้
  • เครดิตภาษีเงินปันผล

ความสัมพันธ์ของภาษีเงินได้

ภาษีเงินได้มีความสัมพันธ์กันในหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาษีปลายปี ภาษีครึ่งปี และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ภาษีปลายปี

ภาษีปลายปี คือ ภาษีที่คำนวณจากรายได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคมของทุกปี โดยปกติแล้วจะต้องยื่นแบบภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป แต่ถ้าหากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต จะมีเวลาเพิ่มขึ้นอีก 8 วัน

ภาษีครึ่งปีและภาษีหักรายจ่าย

ภาษีครึ่งปีและภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณภาษี ซึ่งจะถูกนำมาพิจารณาในการคำนวณภาษีปลายปีอีกครั้ง

ตัวอย่างการคำนวณภาษี (จ่ายเพิ่ม/ขอคืน)

การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของภาษีปลายปี ภาษีครึ่งปี และภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะช่วยให้เราเข้าใจว่าเราต้องจ่ายภาษีเพิ่ม หรือได้รับเงินคืนอย่างไร

ตัวอย่างเช่น ถ้านาย ก. คำนวณภาษีทั้งปีได้ 100,000 บาท แต่ได้จ่ายภาษีครึ่งปีไปแล้ว 30,000 บาท และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไป 20,000 บาท นาย ก. จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีก 50,000 บาท

ในทางกลับกัน ถ้านาย ข. คำนวณภาษีทั้งปีได้ 100,000 บาท แต่จ่ายภาษีครึ่งปีไป 50,000 บาท และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไป 70,000 บาท นาย ข. จะได้รับเงินคืน 20,000 บาท

สิ่งที่ต้องโฟกัส: ภาษีทั้งปี

สิ่งสำคัญที่สุดในการวางแผนภาษี คือ การโฟกัสไปที่ภาษีทั้งปีที่เราต้องจ่าย ไม่ใช่จำนวนเงินที่เราจ่ายเพิ่ม หรือได้รับคืน

วิธีคํานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

มี 2 วิธีหลักๆ ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ภาพรวม 2 วิธี

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มี 2 วิธีหลักๆ คือ การคำนวณจากเงินได้สุทธิ และการคำนวณจากเงินได้พึงประเมิน

วิธีเงินได้พึงประเมิน

วิธีเงินได้พึงประเมิน คือ การนำรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนมาคูณด้วย 0.5%

วิธีเงินได้สุทธิ

วิธีเงินได้สุทธิ คือ การนำรายได้ทั้งหมด หักด้วยค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนต่างๆ

เงินได้สุทธิ = รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน

อัตราภาษีก้าวหน้า

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นแบบขั้นบันได หรือที่เรียกว่า อัตราภาษีก้าวหน้า ซึ่งหมายความว่า ยิ่งมีรายได้มาก ก็ยิ่งต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น

เงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ คือ รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว ซึ่งเป็นฐานในการคำนวณภาษี

ความสำคัญของการลดเงินได้สุทธิ

การวางแผนภาษีที่ดี คือ การพยายามลดเงินได้สุทธิให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เสียภาษีน้อยลง

เงินได้ ค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อน

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงินได้ ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อน จะช่วยให้เราสามารถวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เงินได้ 8 ประเภท

เงินได้แบ่งออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่

  1. เงินเดือน
  2. ค่าจ้าง
  3. ค่าธรรมเนียม
  4. ค่าลิขสิทธิ์
  5. ดอกเบี้ย
  6. เงินปันผล
  7. ค่าเช่า
  8. เงินได้อื่นๆ

ค่าใช้จ่ายแบบเหมาและแบบตามจริง

ค่าใช้จ่ายสามารถหักได้ 2 แบบ คือ

  • ค่าใช้จ่ายแบบเหมา: เป็นค่าใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดให้หักได้ตามอัตราที่แน่นอน เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ค่าใช้จ่ายแบบตามจริง: เป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักได้ตามความเป็นจริง โดยต้องมีหลักฐานประกอบ

ค่าลดหย่อน

ค่าลดหย่อน คือ รายการที่กฎหมายกำหนดให้สามารถนำมาหักออกจากเงินได้สุทธิได้ เพื่อลดภาระภาษี

ค่าลดหย่อนส่วนตัว

ค่าลดหย่อนส่วนตัว เป็นค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ทุกคนสามารถใช้ได้

สรุปและตัวอย่าง

มาสรุปและดูตัวอย่างการคำนวณภาษี เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมด

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

ตัวอย่างเช่น นาย ก. มีเงินได้ 500,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท และค่าลดหย่อน 100,000 บาท

เงินได้สุทธิ = 500,000 – 100,000 – 100,000 = 300,000 บาท

จากนั้นนำเงินได้สุทธิ 300,000 บาท ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีก้าวหน้า

การเปรียบเทียบวิธีเงินได้สุทธิและเงินได้พึงประเมิน

การเลือกใช้วิธีคำนวณภาษีที่เหมาะสมที่สุด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

ความสำคัญของการวางแผนภาษี

การวางแผนภาษีที่ดี จะช่วยให้เราสามารถลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์


👉 แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี


หรือสแกน QR เพื่อแอด

QR Code Line