Category: การใช้ชีวิต
-

ผลวิจัยฮาร์วาร์ด: เผยเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดีที่คุณมองข้าม
ผลวิจัยฮาร์วาร์ด : เผยเคล็ดลับอายุยืนที่หลายคนมองข้าม คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมบางคนถึงมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ในขณะที่หลายคนกลับต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพมากมายเมื่ออายุมากขึ้น? หลายคนมักเข้าใจว่าสุขภาพดีคือการไม่มีอาการป่วยใดๆ แต่จากผลวิจัยฮาร์วาร์ดที่ติดตามผู้คนมานานกว่า 85 ปี พบว่าการมีสุขภาพที่ดีที่สุดนั้นสามารถเพิ่มอายุไขได้ถึง 15-24 ปีเลยทีเดียว! ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยให้คุณมีความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิตอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเคล็ดลับเหล่านี้ พร้อมทั้งเผย 9 หลักการสำคัญจาก Blue Zones พื้นที่ที่ผู้คนมีอายุยืนที่สุดในโลก เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงและเห็นผลลัพธ์ในระยะเวลาอันสั้น สุขภาพปกติ vs สุขภาพที่ดีที่สุด หลายคนอาจสงสัยว่าสุขภาพที่ดีที่สุดนั้นแตกต่างจากสุขภาพปกติอย่างไร? และทำไมเราจึงควรให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีที่สุดมากกว่าแค่การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ โหมดเอาชีวิตรอด vs สุขภาพที่ดีที่สุด การมีสุขภาพปกติเปรียบเสมือนการอยู่ใน “โหมดเอาชีวิตรอด” ที่ร่างกายยังคงทำงานได้ แต่ประสิทธิภาพอาจไม่เต็มที่ เหมือนรถยนต์ที่เครื่องยนต์ทำงานเพียง 60% ของสมรรถนะ ซึ่งอาจทำให้คุณใช้เวลานานขึ้น เสียพลังงานมากขึ้น และอาจเกิดปัญหาในระยะยาว ในทางกลับกัน การมีสุขภาพที่ดีที่สุดคือการที่ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีพลังงานสูง และพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ 4 มิติหลักสู่สุขภาพที่ดีที่สุด ในทางการแพทย์ สุขภาพที่ดีที่สุดประกอบด้วย 4 มิติหลักที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและอายุขัย ได้แก่: ความแข็งแรงทางกาย ความคมชัดของสมอง ความแข็งแกร่งทางจิตใจ…
-

กังวลจนป่วย? นักประสาทวิทยาเผยความลับสมองกับโรควิตกกังวล
กังวลจนป่วย…หรือป่วยเพราะสมองกังวล นักประสาทวิทยาเผยความลับของสมอง เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกกังวลใจอยู่ตลอดเวลา? บางครั้งความกังวลนั้นอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดอาการทางกายต่างๆ เช่น ใจสั่น เหงื่อออก หรือนอนไม่หลับ หลายคนอาจเข้าใจว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการเจ็บป่วยทางร่างกาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่ “สมอง” ของเราเอง ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรควิตกกังวลอย่างลึกซึ้ง พร้อมเจาะลึกกลไกการทำงานของสมองที่อยู่เบื้องหลังความกังวล รวมถึงวิธีการจัดการกับความกังวลเพื่อนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ทำความเข้าใจโรควิตกกังวล โรควิตกกังวลเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับโรควิตกกังวลอยู่ เนื่องจากอาการต่างๆ อาจคล้ายคลึงกับอาการของโรคทางกายอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ หรือโรคทางเดินอาหาร อาการของโรควิตกกังวล อาการของโรควิตกกังวลนั้นมีความหลากหลาย บางคนอาจมีอาการทางกาย เช่น ใจสั่น หายใจถี่ เหงื่อออกมาก ปวดหัว หรือปวดท้อง ในขณะที่บางคนอาจมีอาการทางจิตใจ เช่น รู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิดง่าย กลัว หรือวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ มากเกินไป อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หรือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาเหตุของอาการ หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการวิตกกังวลเกิดจากการเจ็บป่วยทางร่างกาย หรือเกิดจากความผิดปกติทางจิตเวชอื่นๆ อย่างไรก็ตาม นักประสาทวิทยาได้ค้นพบว่าอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการที่สมองตีความสัญญาณต่างๆ ผิดพลาด สมองเปรียบเสมือนนักสืบที่พยายามหาเหตุผลให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเรา กลไกการทำงานของสมองกับความกังวล เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุของโรควิตกกังวล เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับความกังวล สมองเหมือนนักสืบที่กระตือรือร้นเกินไป…
-

หลับไม่ลึกเท่ากับนอนไม่พอ: เปิดระบบลับสมอง พร้อมวิธีฟื้นฟูการนอน
หลับไม่ลึกเท่ากับนอนไม่พอ — เปิดเผยระบบลับของสมอง พร้อมวิธีฟื้นฟู คุณเคยรู้สึกหรือไม่ว่านอนหลับครบ 8 ชั่วโมงแล้ว แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกไม่สดชื่น? หลายคนอาจเข้าใจว่าการนอนหลับเพียงพอคือการนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน แต่ความจริงแล้ว สมองของเราอาจไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่อย่างที่เราคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น การนอนหลับที่ไม่ลึกพออาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสมองในระยะยาวได้ วันนี้เราจะมาเปิดเผยความลับของระบบล้างขยะในสมองที่ทำงานขณะหลับ และทำความเข้าใจว่าทำไมการหลับไม่ลึกจึงเป็นอันตราย พร้อมทั้งวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหลับลึกขึ้น และดูแลสุขภาพสมองให้แข็งแรง การนอน 8 ชั่วโมงเพียงพอจริงหรือ? หลายคนเชื่อว่าการนอน 8 ชั่วโมงเป็นเกณฑ์มาตรฐานของการพักผ่อนที่เพียงพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การนอน 8 ชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าสมองของเราจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาดังกล่าว การนอนหลับประกอบด้วยหลายขั้นตอน ตั้งแต่การหลับตื้น หลับลึก ไปจนถึงช่วงฝัน ช่วงเวลาที่สมองได้รับการพักผ่อนอย่างแท้จริงคือช่วงที่เราหลับลึก เมื่ออายุมากขึ้น รูปแบบการนอนหลับของเราจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเราจะใช้เวลาในการหลับตื้นมากขึ้น และหลับลึกน้อยลง ซึ่งหมายความว่า แม้จะนอนหลับในระยะเวลาที่เท่าเดิม แต่คุณภาพการนอนหลับอาจลดลง ระบบล้างขยะในสมอง (Glymphatic System) คืออะไร? ระบบ Glymphatic System เปรียบเสมือนแม่บ้านที่คอยทำความสะอาดสมองของเรา ระบบนี้ใช้น้ำไขสันหลังไหลผ่านหลอดเลือดสมอง เพื่อชะล้างของเสียต่างๆ ออกไปจากสมอง ระบบ Glymphatic…
-

ใครกินเผ็ดยินดีด้วย! รสแซ่บอาจช่วยกำจัดเซลล์ร้าย
ใครกินเผ็ดยินดีด้วย! งานวิจัยบอกว่า รสแซ่บ อาจช่วยกำจัดเซลล์ร้าย ใครที่ชอบอาหารรสจัดจ้านเป็นชีวิตจิตใจ วันนี้มีข่าวดีมาฝากค่ะ เพราะงานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า รสชาติเผ็ดที่เราโปรดปราน อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด! หลายคนอาจเคยได้ยินว่ากินเผ็ดแล้วไม่ดีต่อกระเพาะอาหาร หรือทำให้เกิดกรดไหลย้อน แต่ความเชื่อเหล่านั้นอาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป เพราะรสเผ็ดที่เราคุ้นเคย อาจมีพลังในการช่วยดูแลสุขภาพของเราได้อีกด้วย แคปไซซิน: สารเผ็ดที่มีพลังลับ ความเผ็ดที่เราสัมผัสได้จากพริกนั้น มีสารประกอบสำคัญที่ชื่อว่า “แคปไซซิน” ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ให้รสเผ็ดร้อน แคปไซซินไม่ได้มีดีแค่เรื่องรสชาติเท่านั้น แต่มันยังเป็นเหมือนกุญแจสำคัญที่ไปปลดล็อกกลไกพิเศษในร่างกายของเราอีกด้วย แคปไซซินคืออะไร? แคปไซซิน (Capsaicin) คือสารประกอบเคมีที่พบได้ในพริกชนิดต่างๆ เป็นสารที่ทำให้เกิดความรู้สึกเผ็ดร้อนเมื่อสัมผัสกับเนื้อเยื่อในปากและลำคอ ระดับความเผ็ดของพริกแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับปริมาณของแคปไซซินที่มีอยู่ แคปไซซินช่วยอะไร? แคปไซซินมีคุณสมบัติหลากหลายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ เช่น ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ, ลดความเจ็บปวด, และอาจมีส่วนช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง แคปไซซินกับระบบต่างๆในร่างกาย เมื่อเรากินเผ็ด ร่างกายจะตอบสนองทันทีด้วยการส่งสัญญาณไปยังระบบต่างๆ ให้ตื่นตัวขึ้น แคปไซซินสามารถกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญ เร่งการไหลเวียนของเลือด และยังอาจมีผลต่อการทำงานของเซลล์ในร่างกาย กินเผ็ด: ลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาว การกินอาหารรสเผ็ดเป็นประจำ อาจเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวโดยที่เราไม่รู้ตัว ผลการศึกษาจาก 4 ประเทศ มีการศึกษาขนาดใหญ่จาก 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, อิตาลี…
-

5 เคล็ดลับเพื่อสุขภาพดี: ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
5 เคล็ดลับเพื่อสุขภาพดีด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การมีสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกายหรือสุขภาพใจ การดูแลสุขภาพให้ดีนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กน้อย เพื่อให้คุณได้ #صحة_جيدة หรือสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน บทความนี้จะนำเสนอ 5 เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีขึ้นได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เคล็ดลับที่ 1: พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของเรา ร่างกายของเราต้องการเวลาในการพักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองจากการทำงานในแต่ละวัน ในขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างเซลล์ใหม่ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การนอนหลับไม่เพียงพออาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคซึมเศร้า เพื่อให้ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน สร้างกิจวัตรการนอนหลับที่ดี เช่น เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก่อนนอน สร้างสภาพแวดล้อมในห้องนอนที่เหมาะสม เช่น อุณหภูมิที่เย็นสบาย แสงสว่างที่มืดสนิท และเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด เคล็ดลับที่ 2: ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นประจำมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน…
-

การใช้ชีวิตผิดอันตรายแค่ไหน? กับคุณหมอแอมป์ | การงง การเงิน
การใช้ชีวิตผิดอันตรายแค่ไหน? กับคุณหมอแอมป์ การใช้ชีวิตในปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทายและสิ่งเร้ามากมายที่ส่งผลต่อสุขภาพของเราโดยที่เราอาจไม่ทันตระหนักถึงภัยเงียบที่แฝงมากับการใช้ชีวิตประจำวัน การใช้ชีวิตที่ไม่สมดุล ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือการขาดการออกกำลังกาย ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงอันตรายของการใช้ชีวิตผิดวิธี พร้อมข้อมูลจากคุณหมอแอมป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและวิธีการป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ สาเหตุการเสียชีวิตหลักในประเทศไทย ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่ากังวลเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน สาเหตุหลักของการเสียชีวิตในประเทศไทยไม่ได้มาจากโรคติดต่อร้ายแรงเหมือนในอดีต แต่กลับมาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมเป็นระยะเวลานาน โรคเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงและเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างมาก โรค NCDs ที่เป็นสาเหตุหลัก โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นกลุ่มโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก โรคเหล่านี้มักมีระยะเวลาการดำเนินโรคที่ยาวนานและอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยไม่ทันระมัดระวังและละเลยการดูแลสุขภาพ จนกระทั่งอาการของโรคปรากฏขึ้นและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก โรค NCDs ที่เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในประเทศไทยมีดังนี้ โรคเบาหวาน โรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเป็นเวลานาน โรคเบาหวานมีหลายชนิด แต่ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมักเกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง การขาดการออกกำลังกาย และภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน โรคเบาหวานหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ไตวายเรื้อรัง และปัญหาเกี่ยวกับดวงตา โรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่ความดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โรคนี้มักไม่มีอาการแสดงในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคและไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ปัจจัยเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง…
-

6 เคล็ดลับสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย กับคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic
6 เคล็ดลับสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย กับคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic สุขภาพที่ดีคือรากฐานสำคัญของชีวิต การมีร่างกายที่แข็งแรง เปรียบเสมือนการมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง ช่วยให้เราสามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้ 6 เคล็ดลับสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย จากคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic ที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เคล็ดลับการนอนหลับพักผ่อน การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่าการนอนหลับมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างมาก การนอนหลับที่ดีจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง การนอนหลับพักผ่อน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของเรา การนอนหลับที่ดีจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นอนก่อน 22:00 น. นอนหลับ 8-9 ชั่วโมง เพิ่ม Growth Hormone ลดโอกาสการติดเชื้อ การนอนหลับให้ได้คุณภาพนั้น เริ่มต้นจากการเข้านอนให้เป็นเวลา การนอนหลับก่อน 22:00 น. จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และยังช่วยให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย การนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 8-9 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และลดโอกาสในการเจ็บป่วย เคล็ดลับการออกกำลังกาย…
-

ทำไมถึงมึนหัวหรือวูบบ่อยๆ สาเหตุและวิธีรับมือ
ทำไมถึงมึนหัวหรือวูบบ่อยๆ อาการมึนหัวหรือวูบเป็นอาการที่หลายคนคุ้นเคยกันดี บางครั้งอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่บางครั้งก็อาจเป็นอยู่นาน ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ อาการเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การพักผ่อนไม่เพียงพอ ไปจนถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่านั้น การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาเหตุที่ทำให้มึนหัว อาการมึนหัวสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในร่างกาย การทำความเข้าใจถึงสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การพักผ่อนไม่เพียงพอ การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการมึนหัว ร่างกายต้องการเวลาในการพักผ่อนและฟื้นฟู หากเรานอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะยังไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดอาการมึนหัว อ่อนเพลีย และไม่มีสมาธิ การนอนหลับที่ไม่ดี คุณภาพการนอนหลับก็มีความสำคัญไม่แพ้ปริมาณการนอนหลับ การนอนหลับที่ไม่ดีอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม มีเสียงดังรบกวน แสงสว่างในห้อง หรือความเครียด สิ่งเหล่านี้ทำให้เราตื่นบ่อยระหว่างคืน หลับไม่สนิท และรู้สึกมึนหัวในตอนเช้า ภาวะผิดปกติขณะนอนหลับ ภาวะผิดปกติขณะนอนหลับบางชนิดก็สามารถทำให้เกิดอาการมึนหัวได้ ตัวอย่างเช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้เกิดอาการมึนหัว ปวดศีรษะ และง่วงนอนในเวลากลางวัน โรคโลหิตจาง โรคโลหิตจางเป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ ทำให้เลือดไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเต็มที่ อาการที่พบบ่อยคือ มึนหัว อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และหน้ามืด โรคหัวใจ โรคหัวใจบางชนิดอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการมึนหัว…
-

ชีวิตที่ดีอาจต้องการน้อยกว่าที่เราคิด | Have a nice day! EP52
ชีวิตที่ดีอาจต้องการน้อยกว่าที่เราคิด สวัสดีครับคุณกำลังฟังแค่เธอ nice day เริ่มต้นวันด้วยเรื่องดีๆกับผมนิ้วกลม สระบุรีเฮงสวัสดิ์เพราะเรื่องดีๆจะสร้างชีวิตที่ดีได้ทุกวันนะครับ อรุณสวัสดิ์เช้าวันสงกรานต์นะครับสวัสดีปีใหม่ไทยนะครับพี่น้องชาวไทยทุกท่านนะครับกับแพทย์ snack Day EP ที่ 52 นะครับเรากลับมาพบกันตามสัญญานะที่เห็นเมื่อวานเราได้ให้กันไว้นะครับขอบคุณทุกคนที่ตื่นขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนกันนะครับ แล้วก็เมื่อวานที่เราถามเงินไปนะว่าวันนี้อยากจะให้จัดมั้ยนะครับหรือว่าอยากจะหยุดนอนพักผ่อนนะครับก็หลายเสียงเนี่ยบอกกันมาว่าอยากให้จับนะครับให้มาเล่าเรื่องนะครับก็ยินดีนะครับแล้วก็รู้สึกว่าแฮปปี้ที่จะทำอยู่แล้วนะครับก็ขอบคุณมากนะครับกับอ่าที่เมื่อวานให้ความคิดเห็นกันขึ้นมานะครับก็สวัสดีวันสงกรานต์ทุกท่านนะครับคุณโอ๊ต ถ้าคุณสุภาพพันนะครับคุณมณฑ์ทำนะฮะโอ๋แฟนประจำทั้งนั้นเลยนะครับเราคุ้นชื่อกันแล้วนะฮะคุณแววนภานะครับ บอกว่าน้อยในความอยากมีอยากได้สุขมากในการแบ่งปั่นโอ้คำนี้ดีจังเลยครับสุภาพรรณบอกว่าปูเสื่อรอแล้วนะฮะฮ่าๆคุณจรวยพรบอกตีตั๋วที่นั่งรอแล้วนะครับ have a nice day นะครับคุณจิตรนภานะฮะก็ต่อผมว่าวันนี้วันหยุดนะเราค่อยๆไปกันช้าๆนะครับไม่ต้องรีบร้อนอะไรนะครับเอาผมถามสักนิดนึงฮะว่าดูเหมือนว่าเราจะหยุดยาวนี้หลายวันนะครับก็เลยจะถามว่าพุธพฤหัสศุกร์นะครับ ที่ที่กำลังจะมาถึงนี้นะฮะซึ่งหลายๆคนน่าจะหยุดงานกันไม่ได้ตื่นเช้ามาทำงานกันตามปกตินะฮะอยากให้หัสนัยเซเนี่ยมาตอน 7:00 น 7:30 นหรือ 8:00 นนะฮะอาจจะลองพิมพ์กันเข้ามาก็ได้นะอารายการเราทำตามเหรอทำตามผู้ชมมากๆนะคือผู้ชมต้องการอะไรเนี่ยเราจัดให้นะครับก็ลองบอกกันมาก็ได้นะครับว่าอยากได้เวลาไหนนะในช่วงวันหยุดนี้นะฮะ 7:00 น 7 ครึ่งหรือว่า 08:00 นนะครับเราพิมพ์กันเข้ามาได้นะครับคุณสุภาพรรณบอกว่าหัวข้อน่าสนใจมากนะฮะอุ่นเป๊กนุชนะฮะ สวัสดีนะครับ อรุณสวัสดิ์ทุกคนเลยนะครับขอบคุณทุกคนที่ทักทายกันนะครับสวัสดีพี่แอ๋วด้วยนะฮะ เขาตื่นเช้ากันมากเลยนะครับลงส่งสงกรานต์ก็ยังตื่นมาวันนี้จะมีใครเล่นน้ำหรือเปล่านะน่าจะในช่วงโคบิตแบบนี้อาจจะอ่า ไม่น่าจะค่อยมีการเล่นน้ำได้จะมีการรดน้ำดำหัวนะฮะเพราะวันนี้มีพี่นลินีเนี่ยทักมานะครับบอกว่าอยากจะให้พักผ่อนนะแต่อยากจะบอกให้สบายใจได้เลยนะครับว่าการตื่นมาทำให้คนในเซนี่เป็นความสุขนะฮะฮ่าๆ ผมไม่ถือว่าเป็นทำงานที่เหนื่อยอะไรนะครับก็ยินดีนะชอบที่จะอ่านหนังสือแล้วก็อยากจะมาเล่าสู่กันฟังอยู่นะครับแล้วก็จัดแบบนี้แหละมากๆนะไม่ได้รู้สึกไม่ได้รู้สึกว่าเกร็งหรือว่าจะเหนื่อยอะไรเลยนะครับก็มี 7 โมงนะฮะคุณไพโรจน์ว่า 7:00 น พี่นะนี่บอก 8 โมงนะฮะคุณศรัญญาบอก 8 โมงนะครับเดี๋ยวเราจะลองดูนะครับว่าอ่า เสียงส่วนใหญ่นะครับจะเป็นจะเป็นช่วงไหนกันนะฮะคุณวรนันท์บอกว่าถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีนะได้มาฟังคุณเองนะฮะ ขอบคุณมากเลยนะครับคุณครูเก่งนะฮะบอกชอบฟักชอบครับฝั่งทุกวันตอนไปทำงานฮะวันนี้แปลกๆฟังตอนไปทำบุญ ครับผมยินดีด้วยนะครับได้ทำบุญด้วยนะฮะ เจ็ดโมงกับ 8 โมงดูเหมือนจะหูสีมากนะฮะ เหลือกยากมากเลยนะครับตอนนี้ดูเหมือนว่าโหตุอาสุจิจริงฮะ…
-

หนังสือที่ควรอ่านก่อนตาย HND! โดย นิ้วกลม: เดินกลับบ้านไปด้วยกัน
หนังสือที่ควรอ่านก่อนตาย แล้วทุกวันจะกลายเป็นเรื่องอัศจรรย์ / HND! โดย นิ้วกลม ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแสวงหาความสุขภายนอก บางครั้งเราอาจหลงลืมที่จะหันกลับมามองชีวิตในมุมมองที่ลึกซึ้งและมีความหมาย หนังสือเล่มหนึ่งที่นิ้วกลมแนะนำและหยิบยกมาพูดคุยในรายการ Have a Nice Day คือ “Walking each other Home” หรือในชื่อภาษาไทยว่า “เดินกลับบ้านไปด้วยกัน” หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังสือธรรมดา แต่เป็นบทสนทนาที่ชวนให้เราใคร่ครวญถึงความตาย ความรัก และวิญญาณ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ แนะนำหนังสือ: Walking each other Home หนังสือเล่มนี้เป็นมากกว่าคำแนะนำ แต่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่คอยเดินเคียงข้างเราในเส้นทางชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับความตาย ชื่อหนังสือและผู้เขียน หนังสือ “Walking each other Home” ฉบับภาษาอังกฤษ ได้รับการถ่ายทอดบทสนทนาจาก Ram Dass (Richard Alpert) และ Moby เพื่อนสนิทที่ร่วมเดินทางทางจิตวิญญาณมาด้วยกัน ส่วนฉบับภาษาไทยใช้ชื่อว่า “เดินกลับบ้านไปด้วยกัน” คำโปรยและเนื้อหาหลัก คำโปรยของหนังสือเล่มนี้คือ “บทสนทนาว่าด้วยการรักและการตาย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเนื้อหาหลักที่เน้นการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างความรักและความตาย รวมถึงการใช้ชีวิตเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้…