Category: สุขภาพจิต
-

กังวลจนป่วย? นักประสาทวิทยาเผยความลับสมองกับโรควิตกกังวล
กังวลจนป่วย…หรือป่วยเพราะสมองกังวล นักประสาทวิทยาเผยความลับของสมอง เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกกังวลใจอยู่ตลอดเวลา? บางครั้งความกังวลนั้นอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดอาการทางกายต่างๆ เช่น ใจสั่น เหงื่อออก หรือนอนไม่หลับ หลายคนอาจเข้าใจว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการเจ็บป่วยทางร่างกาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่ “สมอง” ของเราเอง ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรควิตกกังวลอย่างลึกซึ้ง พร้อมเจาะลึกกลไกการทำงานของสมองที่อยู่เบื้องหลังความกังวล รวมถึงวิธีการจัดการกับความกังวลเพื่อนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ทำความเข้าใจโรควิตกกังวล โรควิตกกังวลเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับโรควิตกกังวลอยู่ เนื่องจากอาการต่างๆ อาจคล้ายคลึงกับอาการของโรคทางกายอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ หรือโรคทางเดินอาหาร อาการของโรควิตกกังวล อาการของโรควิตกกังวลนั้นมีความหลากหลาย บางคนอาจมีอาการทางกาย เช่น ใจสั่น หายใจถี่ เหงื่อออกมาก ปวดหัว หรือปวดท้อง ในขณะที่บางคนอาจมีอาการทางจิตใจ เช่น รู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิดง่าย กลัว หรือวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ มากเกินไป อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หรือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสาเหตุของอาการ หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการวิตกกังวลเกิดจากการเจ็บป่วยทางร่างกาย หรือเกิดจากความผิดปกติทางจิตเวชอื่นๆ อย่างไรก็ตาม นักประสาทวิทยาได้ค้นพบว่าอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการที่สมองตีความสัญญาณต่างๆ ผิดพลาด สมองเปรียบเสมือนนักสืบที่พยายามหาเหตุผลให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเรา กลไกการทำงานของสมองกับความกังวล เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุของโรควิตกกังวล เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับความกังวล สมองเหมือนนักสืบที่กระตือรือร้นเกินไป…
-

5 วิตามินลับ ผู้สูงวัยไม่ควรพลาด: เชื้อเพลิงสมอง พลังงานเต็มเปี่ยม
5 วิตามินลับที่ผู้สูงวัยขาดไม่ได้…เป็นเชื้อเพลิงสมอง ฟื้นฟูพลังงาน การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในวัยสูงอายุเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การมีสุขภาพที่ดีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพักผ่อนที่เพียงพอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามิน ซึ่งเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายและสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของวิตามินเหล่านี้ไป แต่รู้หรือไม่ว่าการขาดวิตามินบางชนิดอาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ เช่น ความจำเสื่อม ความเหนื่อยล้า และปัญหาสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย ในบทความนี้ เราจะมาเปิดเผย 5 วิตามินลับที่ผู้สูงวัยไม่ควรมองข้าม พร้อมทั้งแนะนำแหล่งที่มาและวิธีการนำไปใช้ เพื่อให้คุณมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกๆ วัน ทำไมวิตามินจึงสำคัญต่อผู้สูงวัย? เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งในด้านการทำงานของระบบต่างๆ และการดูดซึมสารอาหาร การขาดวิตามินจึงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย เนื่องจากร่างกายอาจไม่สามารถดูดซึมวิตามินได้ดีเท่าเดิม หรือได้รับวิตามินไม่เพียงพอจากอาหารที่รับประทาน ผลกระทบของการขาดวิตามิน การขาดวิตามินอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น สมอง: ทำให้ความจำไม่ดี สมาธิสั้น และเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม ร่างกาย: ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกพรุน และมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น จิตใจ: ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน และรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา ประโยชน์ของการได้รับวิตามินครบถ้วน การได้รับวิตามินที่เพียงพอจะช่วยให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้าน เช่น สมอง: ช่วยบำรุงสมองให้ทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มความจำ และลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อม ร่างกาย:…
-

ผู้สูงอายุ: นอนกลางวันแบบไหนไม่ดี? หมอเตือนสัญญาณสุขภาพที่ต้องรู้
ผู้สูงอายุควรเลี่ยง! นอนกลางวันแบบนี้หมอไม่แนะนำ สัญญาณเตือนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ การพักผ่อนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่ร่างกายต้องการการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อย่างไรก็ตาม การพักผ่อนในรูปแบบที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเรื่องราวเกี่ยวกับการนอนกลางวันในผู้สูงอายุ พร้อมทั้งเจาะลึกถึงสัญญาณเตือนที่หลายคนอาจมองข้าม และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว การเผลอหลับผิดจังหวะ: น่ากลัวกว่าการนอนไม่พอ หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของการนอนหลับให้เพียงพอ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับยาก นอนหลับไม่สนิท หรือตื่นบ่อยในเวลากลางคืน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าการนอนกลางวันเป็นการชดเชยการนอนหลับที่ไม่เพียงพอในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตาม การเผลอหลับผิดจังหวะอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าที่คิด การพักสายตาในผู้สูงอายุ: รางวัลของวัยหรือสัญญาณเตือน? การพักสายตาในช่วงบ่ายเป็นเรื่องปกติที่หลายคนคุ้นเคย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มักใช้เวลาพักผ่อนในช่วงบ่ายหลังมื้ออาหารกลางวัน การพักสายตาอาจให้ความรู้สึกผ่อนคลายและช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน แต่ในขณะเดียวกัน การพักสายตาอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ ผลกระทบของการนอนหลับกลางวันนานเกินไป งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าการนอนหลับกลางวันนานเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ การนอนหลับนานเกิน 1 ชั่วโมงต่อวันอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน นอกจากนี้ การนอนหลับกลางวันนานเกินไปยังอาจส่งผลกระทบต่อการนอนหลับในเวลากลางคืน ทำให้เกิดวงจรการนอนหลับที่ไม่สมดุล วิธีเช็คตัวเอง: การพักสายตาแบบไหนที่ควรระวัง? การพักสายตาเป็นสิ่งที่ไม่ผิด แต่การพักสายตาในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม นอนหลับกลางวันบ่อยครั้ง นอนหลับกลางวันนานเกิน 1 ชั่วโมง รู้สึกง่วงนอนในเวลากลางวัน แม้จะนอนหลับเพียงพอในเวลากลางคืน มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ…
-

ผลกระทบของความเครียดสะสมต่อร่างกาย: เผยเคล็ดลับสุขภาพกับ ดร. อัมบ์
ผลกระทบของความเครียดสะสมต่อร่างกาย: เผยเคล็ดลับสุขภาพกับ ดร. อัมบ์ ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่เมื่อความเครียดสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้อย่างคาดไม่ถึง ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงผลกระทบของความเครียดสะสมต่อร่างกาย พร้อมเรียนรู้กลไกการทำงานของความเครียด และเคล็ดลับดูแลสุขภาพจาก ดร. อัมบ์ เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ #BDMSWellnessClinic กลไกการทำงานของความเครียดในร่างกาย เมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียด ระบบประสาทและต่อมไร้ท่อจะทำงานร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์นั้น ๆ กลไกเหล่านี้มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อหลายระบบในร่างกาย การหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเมื่อเกิดความเครียด เมื่อร่างกายรับรู้ถึงความเครียด สมองจะส่งสัญญาณไปยังต่อมหมวกไตเพื่อหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอลมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย ผลกระทบต่อระบบประสาท ความเครียดส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานของสมองและระบบประสาทอัตโนัติ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการต่าง ๆ เช่น ความวิตกกังวล นอนไม่หลับ และปัญหาด้านสมาธิ ผลกระทบทางกายภาพจากความเครียด ความเครียดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้านอีกด้วย การผลิตอนุมูลอิสระและผลกระทบต่อเซลล์ เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด ร่างกายจะผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้น ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรที่สามารถทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายได้ การสะสมของอนุมูลอิสระอาจนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์และเร่งกระบวนการชรา การเกิดการอักเสบและอาการต่างๆ (ปวดหัว, ปวดประจำเดือน, ปวดกล้ามเนื้อ) ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการต่าง ๆ เช่น…
-

ความเครียด ภัยเงียบทำลายร่างกาย: รู้ทัน ป้องกัน กับหมอแอมป์ | BDMS
ความเครียด ภัยเงียบร้ายทำลายร่างกาย กับหมอแอมป์ | BDMS Wellness Club ในยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและแรงกดดันรอบด้าน ความเครียดกลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตประจำวันของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนอาจมองข้ามความเครียดไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่รู้หรือไม่ว่าความเครียดนั้นเป็น “ภัยเงียบ” ที่คอยบั่นทอนสุขภาพของเราอย่างที่เราไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับความเครียดในทุกมิติ ตั้งแต่ความหมาย ผลกระทบต่อร่างกาย ไปจนถึงวิธีรับมือ เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง พร้อมใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ความหมายของความเครียดและผลกระทบต่อร่างกาย ความเครียดคืออะไร? ความเครียด (Stress) คือ ภาวะที่ร่างกายและจิตใจตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Stressors) ที่มากระตุ้น ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรือสิ่งแวดล้อม เมื่อร่างกายรับรู้ถึงสิ่งเร้าเหล่านี้ ระบบต่างๆ ในร่างกายจะเริ่มทำงานเพื่อปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์นั้นๆ ความเครียดส่งผลต่อร่างกายอย่างไร? เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนต่างๆ ออกมา เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) และอะดรีนาลีน (Adrenaline) ซึ่งมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น และระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานหนักขึ้น หากร่างกายต้องเผชิญกับความเครียดเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายด้าน อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความเครียด สมองและต่อมหมวกไต สมองเป็นศูนย์กลางในการประมวลผลและตอบสนองต่อความเครียด เมื่อสมองรับรู้ถึงสิ่งเร้าที่ก่อให้เกิดความเครียด สมองจะส่งสัญญาณไปยังต่อมหมวกไต (Adrenal…
-

มหัศจรรย์! ป่วยกายป่วยใจรักษาได้ด้วยความคิด: คุณคือพลาซีโบ / hnd! EP136
มหัศจรรย์! ป่วยกายป่วยใจรักษาได้ด้วยความคิด: คุณคือพลาซีโบ / hnd! EP136 โดย นิ้วกลม สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาสำรวจเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยพลังแห่งความคิด ผ่านมุมมองของหนังสือ “คุณคือพลาซีโบ” โดย ดร. โจ ดิสเพนซา ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านประสาทวิทยาศาสตร์ หนังสือเล่มนี้ได้สร้างความฮือฮาในวงการวิทยาศาสตร์และสุขภาพ ด้วยแนวคิดที่ว่าเราทุกคนมีความสามารถในการรักษาตัวเองได้ด้วยพลังของความคิด คุณคือพลาซีโบ: คู่มือสร้างปาฏิหาริย์ หนังสือ “คุณคือพลาซีโบ” เปรียบเสมือนคู่มือที่สอนวิธีการสร้างปาฏิหาริย์ภายในร่างกายของเรา ทั้งในด้านสุขภาพและชีวิต ดร. โจ ดิสเพนซา ได้นำเสนอแนวคิดที่ท้าทายความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับการรักษาโรค โดยเน้นย้ำว่าความคิดของเรามีอิทธิพลอย่างมากต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต การเทรนร่างกายด้วยความคิด แนวคิดหลักของหนังสือคือการที่เราสามารถฝึกฝนความคิดของเราให้มีผลต่อร่างกายได้ เหมือนกับการเทรนร่างกายให้แข็งแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงความคิดในเชิงบวกสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพได้จริง อารมณ์และพฤติกรรม หนังสือเล่มนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของอารมณ์และพฤติกรรมที่มีผลต่อสุขภาพของเรา อารมณ์เชิงลบ เช่น ความเครียด ความโกรธ และความเศร้า สามารถส่งผลเสียต่อร่างกาย ในขณะที่อารมณ์เชิงบวก เช่น ความสุข ความรัก และความหวัง สามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ กรณีศึกษา: การรักษาด้วยความคิด หนังสือ “คุณคือพลาซีโบ” ได้นำเสนอกรณีศึกษามากมายที่แสดงให้เห็นถึงพลังของความคิดในการรักษาโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายแรง…
-

นั่งสมาธิ ช่วยให้ไม่ป่วยจริงหรือ? ไขข้อข้องใจกับหมอแอมป์
นั่งสมาธิ สามารถช่วยให้ไม่ป่วยได้จริงหรือ? ในยุคที่ความเครียดและโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า การมองหาหนทางในการดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ หนึ่งในวิธีที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ คือ การนั่งสมาธิ หลายคนอาจสงสัยว่าการนั่งสมาธินั้นมีประโยชน์จริงหรือไม่ สามารถช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้ไปพร้อมๆ กัน โดยจะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการนั่งสมาธิ รวมถึงประโยชน์ที่น่าสนใจมากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน จากข้อมูลของ นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ (หมอแอมป์) #BDMSWellnessClinic คลื่นสมองกับการนั่งสมาธิ สมองของมนุษย์เรามีการทำงานอยู่ตลอดเวลา โดยมีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าออกมา ซึ่งสามารถวัดและนำมาวิเคราะห์ได้ คลื่นสมองแต่ละชนิดบ่งบอกถึงสภาวะทางจิตใจและการทำงานของสมองที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับคลื่นสมองเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจถึงผลกระทบของการนั่งสมาธิที่มีต่อร่างกายและจิตใจของเราได้ดียิ่งขึ้น คลื่นเบต้า Wave: ขณะตื่น คลื่นเบต้าเป็นคลื่นสมองที่เกิดขึ้นในขณะที่เราตื่นตัว ทำงาน คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา หรืออยู่ในสภาวะที่ตื่นตัวและกระฉับกระเฉง คลื่นเบต้ามีความถี่สูง แต่มีแอมพลิจูดต่ำ การมีคลื่นเบต้ามากเกินไปอาจนำไปสู่ความเครียด วิตกกังวล และความคิดฟุ้งซ่าน คลื่นแอลฟ่า Wave: ขณะเริ่มหลับ คลื่นแอลฟ่าเป็นคลื่นสมองที่เกิดขึ้นในสภาวะผ่อนคลาย จิตใจสงบ หรือขณะที่เรากำลังจะเข้าสู่การพักผ่อน คลื่นแอลฟ่ามีความถี่ต่ำกว่าคลื่นเบต้า และมีแอมพลิจูดสูงกว่า การมีคลื่นแอลฟ่าในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล คลื่นเดลต้า Wave: ขณะหลับลึกและนั่งสมาธิ คลื่นเดลต้าเป็นคลื่นสมองที่มีความถี่ต่ำที่สุดและมีแอมพลิจูดสูงที่สุด เกิดขึ้นในขณะที่เราหลับลึก หรืออยู่ในสภาวะที่จิตใจสงบนิ่งอย่างลึกซึ้ง เช่น ขณะนั่งสมาธิ คลื่นเดลต้าเกี่ยวข้องกับการพักผ่อน…
-

วิตกกังวล ไม่สบายใจ คิดวนไปมา — วิธีจัดการความคิดลบ
วิตกกังวล ไม่สบายใจ คิดวนไปมา — ลองวิธีนี้ ความวิตกกังวล ความไม่สบายใจ และความคิดที่วนเวียนอยู่ในสมอง เป็นสิ่งที่หลายคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน แม้จะรู้ว่าการคิดมากไปไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่ความคิดเหล่านั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่ ทำให้เกิดความทุกข์ ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจที่มาของความคิดลบ วิธีจัดการกับมัน รวมถึงวิธีแก้ปัญหาระยะยาว เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับความวิตกกังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่มาของความคิดลบ การทำความเข้าใจที่มาของความคิดลบเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการจัดการกับความวิตกกังวล มาดูกันว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดความคิดลบในชีวิตประจำวัน เสียงจากภายนอก ความคิดลบส่วนใหญ่มักมีจุดเริ่มต้นมาจากเสียงจากภายนอก หรือเสียงในหัวของเรานั่นเอง เสียงเหล่านี้อาจเป็นคำพูดจากคนรอบข้าง เช่น ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่สื่อต่างๆ ที่เราเสพในชีวิตประจำวัน เสียงเหล่านี้อาจเป็นคำวิจารณ์ คำตำหนิ หรือคำเตือนต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและมุมมองของเรา การรับข้อมูลจากสื่อต่างๆ (ข่าว, หนัง) การเสพสื่อต่างๆ โดยเฉพาะข่าวสารและเนื้อหาในโลกออนไลน์ มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมความคิดของเรา ข่าวสารในแง่ลบ เช่น ข่าวอาชญากรรม ข่าวความรุนแรง หรือข่าวเศรษฐกิจที่ไม่ดี มักจะส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้เกิดความวิตกกังวลและความรู้สึกไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ ภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงหรือความเครียด ก็อาจส่งผลให้เกิดความคิดลบได้เช่นกัน ผลกระทบของการเสพสื่อในแง่ลบ การเสพสื่อในแง่ลบเป็นประจำจะส่งผลให้เกิดความคิดลบในระยะยาว ทำให้เรามองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น เกิดความเครียด และวิตกกังวลได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้…
-

วิธีเป็นนายเหนือความรู้สึกวิตกกังวล | Have a nice day! EP45 โดย นิ้วกลม
วิธีเป็นนายเหนือความรู้สึกวิตกกังวล สวัสดีครับคุณกำลังฟัง Have a nice day! EP45 โดย นิ้วกลม วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเรื่องความวิตกกังวล ซึ่งเป็นความรู้สึกที่หลายคนคุ้นเคยกันดีในยุคปัจจุบัน ความวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การทำความเข้าใจและจัดการกับมันอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจะมาสำรวจความหมาย ที่มา และวิธีรับมือกับความวิตกกังวล เพื่อให้คุณสามารถเป็นนายเหนือความรู้สึกของตัวเองได้ ความวิตกกังวลคืออะไร? ความวิตกกังวลคืออะไร? ความวิตกกังวลคือความรู้สึกกลัวว่าจะถูกทำร้ายหรือสูญเสียบางสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ความสัมพันธ์ หรือสถานการณ์ต่างๆ ความรู้สึกนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ความวิตกกังวลในระดับที่พอเหมาะสามารถช่วยให้เราเตรียมพร้อมและระมัดระวังตัว แต่ถ้ามากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต ความหมายของความวิตกกังวล ความวิตกกังวลคือความรู้สึกกลัว กังวลใจ หรือไม่สบายใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่ากำลังเผชิญกับภัยคุกคาม หรือสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ความวิตกกังวลในยุคสมัยใหม่ ในยุคปัจจุบัน ความวิตกกังวลดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ข้อมูลข่าวสารท่วมท้น และความไม่แน่นอนในชีวิตมีมากขึ้น ความวิตกกังวลกับการปกป้องตัวเอง ความวิตกกังวลในระดับหนึ่งเป็นสิ่งจำเป็น เพราะช่วยให้เราตระหนักถึงอันตรายและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ เช่น ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการสอบ ทำให้เราอ่านหนังสือและเตรียมตัวให้พร้อม ทำไมเราถึงวิตกกังวล? ความวิตกกังวลเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ความวิตกกังวลอาจเกิดจากความไม่แน่นอนในชีวิต การเปลี่ยนแปลงของโลก หรือประสบการณ์ในอดีต ความวิตกกังวลกับการปกป้องตัวเอง…
-

ฮอร์โมนความเครียด: เรื่องที่คุณต้องรู้ พร้อมวิธีจัดการ | การงง การเงิน
ฮอร์โมนความเครียด: สิ่งที่คุณต้องรู้ ความเครียดเป็นสิ่งที่หลายคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน แต่ความเครียดนั้นจับต้องได้จริงหรือไม่? ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้เราสามารถทำความเข้าใจความเครียดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเรื่องราวของ #ฮอร์โมนความเครียด ที่ควรต้องรู้ พร้อมข้อมูลจากคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic เพื่อให้คุณเข้าใจและจัดการกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเครียด: สิ่งที่จับต้องได้? ในอดีตความเครียดอาจถูกมองว่าเป็นเพียงความรู้สึกที่ไม่สามารถวัดผลได้ แต่ในปัจจุบันเรามีวิธีการตรวจวัดความเครียดที่แม่นยำมากขึ้น การตรวจเลือดเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยบ่งบอกถึงสภาวะความเครียดในร่างกายของเราได้ อวัยวะที่ควบคุมความเครียด ร่างกายของเรามีอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมความเครียด นั่นคือ สมองและต่อมหมวกไต ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ความเครียดส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนหลายชนิด โดยมีฮอร์โมนสำคัญ 2 ตัวที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ Cortisol และ DHEA การตรวจวัดความเครียด การตรวจวัดความเครียดเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำความเข้าใจสภาวะร่างกายของเรา ปัจจุบันมีวิธีการตรวจวัดที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการตรวจเลือด การตรวจเลือดเพื่อบ่งบอกสภาวะความเครียด การตรวจเลือดสามารถช่วยบ่งบอกถึงระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น Cortisol และ DHEA ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินระดับความเครียดและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม สมองและต่อมหมวกไต สมองและต่อมหมวกไตเป็นสองอวัยวะหลักที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความเครียด สมอง สมองทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลและส่งสัญญาณไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อตอบสนองต่อความเครียด ต่อมหมวกไต ต่อมหมวกไตเป็นต่อมไร้ท่อที่อยู่เหนือไต ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลายชนิด รวมถึงฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด Cortisol: ฮอร์โมนความเครียด Cortisol เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมหมวกไต…