รีไฟแนนซ์คือปิดสินเชื่อบ้านเดิมแล้วกู้กับผู้ให้กู้รายใหม่ ส่วนรีเทนชันคือเจรจาขอเงื่อนไขใหม่กับเจ้าหนี้เดิม ทั้งสองทางอาจช่วยปรับต้นทุนหรือค่างวดได้ แต่ต้องเทียบยอดจ่ายรวมและค่าใช้จ่ายตามสัญญา ธนาคารแห่งประเทศไทยเตือนว่าค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนดอาจทำให้การรีไฟแนนซ์ไม่คุ้ม และมาตรการปัจจุบันยังยกเว้นกรณีรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านใน 3 ปีแรก
คลิปที่ฝังไว้พูดถึงการเคลียร์หนี้โดยรวม ไม่ได้ให้ข้อเสนอหรืออัตราของธนาคารใด บทความนี้ใช้หลักการเทียบข้อเสนอและอ้างข้อมูลจาก ธปท.
รวบรวมข้อมูลก่อนขอข้อเสนอ
- เงินต้นคงเหลือ ยอดปิดบัญชี และวันหมดอัตราดอกเบี้ยส่งเสริมการขาย
- อัตราดอกเบี้ยแต่ละช่วงหลังข้อเสนอหมด ไม่ดูเฉพาะปีแรก
- ค่างวดและจำนวนงวดที่เหลือ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายวันโอน
- ค่าประเมินหลักประกัน ค่าจดจำนอง ประกัน และเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ที่ต้องซื้อ
- ค่าปรับรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนดตามสัญญาเดิม
วิธีเทียบว่าคุ้มหรือไม่
- ขอข้อเสนอรีเทนชันและรีไฟแนนซ์เป็นเอกสาร โดยให้แสดงอัตราหลังหมดโปร
- คำนวณยอดชำระรวมในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น 3 ปีแรก โดยรวมค่าธรรมเนียมทั้งหมด
- หักค่าใช้จ่ายครั้งแรกออกจากดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ เพื่อดูระยะเวลาคืนทุนโดยประมาณ
- เทียบจำนวนงวดและเงินต้นคงเหลือเมื่อสิ้นช่วงเดียวกัน เพราะการยืดสัญญาอาจทำให้ยอดจ่ายรวมสูงขึ้น
หากประหยัดได้เพียงเพราะยืดระยะเวลาผ่อน ให้ดูทั้งค่างวดวันนี้และดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา ก่อนตัดสินใจตรวจยอดปิดกับธนาคารโดยตรง อ่านต่อที่ วิธีประเมินการโปะบ้าน และ การคำนวณ DSR ก่อนเพิ่มภาระกู้
แหล่งข้อมูล
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: มาตรการรีไฟแนนซ์และรวมหนี้
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมสินเชื่อที่อยู่อาศัย
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: มาตรการแก้หนี้ยั่งยืนและค่าปรับชำระก่อนกำหนด
ตรวจแหล่งข้อมูลและปรับปรุงบทความ: 16 ตุลาคม 2569 เงื่อนไขจริงเป็นไปตามสัญญาและข้อเสนอของผู้ให้กู้ ตัวเลขจุดคุ้มทุนต้องคำนวณจากใบเสนอราคาและยอดปิดจริง คลิปไม่ได้พูดถึงการรีไฟแนนซ์บ้านและยังไม่ได้ตรวจเสียง