DSR (Debt Service Ratio) คือสัดส่วนภาระผ่อนชำระหนี้เมื่อเทียบกับรายได้ ใช้ช่วยมองว่าหลังรวมค่างวดเดิมและค่างวดใหม่แล้ว ภาระหนี้กินส่วนใดของรายได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุสูตรมาตรฐานสำหรับการรายงานข้อมูลว่า ภาระหนี้ที่ต้องชำระต่อเดือนทั้งหมดหารด้วยรายได้รวม อย่างไรก็ตาม เอกสารสูตรดังกล่าวปรับปรุงในปี 2562 และไม่ใช่เกณฑ์อนุมัติสินเชื่อสากลของทุกสถาบันการเงิน
คลิปอ้างอิงกล่าวถึงการจัดการหนี้ในภาพรวม ไม่ได้สอนสูตร DSR บทความนี้ใช้ข้อมูลจากเอกสาร ธปท. และแสดงวิธีประเมินเบื้องต้นด้วยตัวเอง
สูตรประเมินเบื้องต้น
DSR = (ยอดผ่อนหนี้ต่อเดือนปัจจุบัน + ยอดผ่อนใหม่โดยประมาณ) ÷ รายได้รวมต่อเดือน × 100%
ตัวอย่าง: รายได้รวม 40,000 บาท มีค่างวดปัจจุบัน 10,000 บาท และกำลังพิจารณาค่างวดใหม่ 6,000 บาท ภาระรวมเท่ากับ 16,000 ÷ 40,000 = 40% ตัวอย่างนี้ใช้สาธิตเลขคณิต ไม่ใช่คำรับรองว่าจะกู้ผ่านหรือเป็นระดับที่เหมาะกับทุกคน
ข้อมูลที่ควรรวมก่อนคำนวณ
- ค่างวดสินเชื่อบ้าน รถ และสินเชื่อผ่อนชำระ
- ภาระบัตรเครดิตหรือวงเงินหมุนเวียนตามเกณฑ์ที่ผู้ให้กู้ใช้
- หนี้ร่วมและภาระค้ำประกันที่อาจกลายเป็นความเสี่ยง
- รายได้ที่พิสูจน์ได้และความผันผวนของรายได้
- ค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินสำรอง และค่าใช้จ่ายที่เกิดไม่ทุกเดือน
ค่า DSR ต่ำไม่ได้แปลว่าการกู้เหมาะสมเสมอ และค่า DSR สูงไม่ได้บอกผลพิจารณาโดยลำพัง ผู้ให้กู้แต่ละรายอาจประเมินรายได้ ภาระผ่อน และความเสี่ยงต่างกัน ใช้ตัวเลขนี้เป็นจุดเริ่มต้นวางงบ แล้วถามผู้ให้กู้ถึงเกณฑ์ที่ใช้จริง หากมีหนี้หลายก้อน อ่าน วิธีจัดข้อมูลหนี้ก่อนคำนวณแผนจ่าย และ วิธีนับงวด BNPL ในรายจ่าย
แหล่งข้อมูล
ปรับปรุงบทความ: 16 ตุลาคม 2569 ตัวอย่างเป็นการประเมินเบื้องต้น เอกสารมาตรฐาน DSR ที่อ้างอิงจัดทำในปี 2562 และไม่ควรใช้แทนนโยบายอนุมัติสินเชื่อปัจจุบันของผู้ให้กู้แต่ละราย คลิปยังไม่ได้ตรวจเสียง