Tag: สูงวัยใกล้หมอ
-

หลับง่ายใน 3 นาที: ลุงหมอเผยเคล็ดลับนอนหลับ ไม่ต้องพึ่งยา
หลับง่ายใน “3 นาที” ลุงหมอสอนวิธีช่วยให้หลับง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งยา | สูงวัยใกล้หมอ เคยไหม? นอนอยู่บนเตียง ร่างกายเหนื่อยล้า ง่วงสุดๆ แต่สมองกลับไม่ยอมพักผ่อน ยังคงคิดเรื่องต่างๆ วนเวียนไม่รู้จบ ยิ่งพยายามจะหลับ ก็ยิ่งรู้สึกตื่นตัว นี่อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหานอนไม่หลับอยู่ก็เป็นได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เรามีข่าวดีมาฝาก กับเคล็ดลับจากลุงหมอที่จะช่วยให้คุณหลับง่ายขึ้นภายใน 3 นาที โดยไม่ต้องพึ่งยา! ทำไมถึงนอนไม่หลับ? การนอนไม่หลับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงนอนไม่หลับ ทั้งๆ ที่ร่างกายก็เหนื่อยล้าแล้ว สาเหตุหลักๆ มาจากอะไร? ระบบประสาท 2 ชุด: โหมดตื่นตัว vs โหมดพักผ่อน ร่างกายของเรามีระบบประสาท 2 ชุดที่ทำงานตรงข้ามกัน ชุดแรกคือ ระบบประสาทซิมพาเทติก หรือที่เรียกว่า “โหมดตื่นตัว” เปรียบเสมือนปุ่มเร่งในรถยนต์ เมื่อระบบนี้ทำงาน หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น ร่างกายพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ชุดที่สองคือ ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก หรือ “โหมดพักผ่อน” เปรียบเสมือนปุ่มเบรก เมื่อระบบนี้ทำงาน หัวใจจะเต้นช้าลง…
-

หมอญี่ปุ่นแนะ ‘เขย่งส้นเท้า’ 3 นาที ปลุกหัวใจดวงที่ 2 เลือดลมพุ่ง
หมอญี่ปุ่นแนะวิธี ‘เขย่งส้นเท้า’ 3 นาที — ปลุกหัวใจดวงที่ 2 ให้เลือดลมพุ่ง | สูงวัยใกล้หมอ สุขภาพดีเริ่มต้นได้ง่ายๆ ใกล้ตัว! วันนี้เราจะมาเปิดเผยเคล็ดลับจากหมอญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีขึ้นได้ง่ายๆ เพียงแค่ “เขย่งส้นเท้า” 3 นาทีต่อวัน หลายคนอาจจะสงสัยว่าการเขย่งส้นเท้านี่มันดียังไง? ทำไมหมอญี่ปุ่นถึงแนะนำ? และมันจะช่วยเรื่องเลือดลมได้อย่างไร? เตรียมตัวพบกับข้อมูลดีๆ ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล! หัวใจดวงที่ 2 คืออะไร? หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่อง “หัวใจ” ที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าร่างกายของเรายังมี “หัวใจดวงที่ 2” ที่สำคัญไม่แพ้กัน กล้ามเนื้อน่อง: หัวใจดวงที่ 2 ใช่แล้ว! หัวใจดวงที่ 2 ที่ว่านี้ก็คือ “กล้ามเนื้อน่อง” ของเรานั่นเอง กล้ามเนื้อน่องทำหน้าที่เหมือนปั๊มน้ำขนาดเล็กที่คอยช่วยสูบฉีดเลือดกลับขึ้นไปสู่หัวใจ เมื่อเรายืน เดิน หรือแม้แต่นั่งแล้วขยับเท้า กล้ามเนื้อน่องจะหดตัวและคลายตัว ทำให้หลอดเลือดดำที่อยู่ภายในถูกบีบและคลายออก เลือดที่คั่งอยู่บริเวณขาก็จะถูกดันกลับขึ้นไปหาหัวใจ ผลกระทบของการนั่งนานๆ การนั่งทำงานนานๆ หรือการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ส่งผลเสียต่อการไหลเวียนเลือดอย่างมาก เมื่อเรานั่งนิ่งๆ…
-

เบาหวานคุมได้ง่ายกว่าที่คิด แค่เริ่มจากผักคำแรก
เบาหวานคุมได้ง่ายกว่าที่คิด แค่เริ่มจากผักคำแรก คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าการจัดการกับภาวะเบาหวานนั้นยากเย็นแสนเข็ญ ต้องอดอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตครั้งใหญ่? ความจริงแล้ว บางครั้งการควบคุมเบาหวานอาจง่ายกว่าที่คุณคิด! เพียงแค่ปรับเปลี่ยนลำดับการกิน โดยเริ่มจาก “ผักคำแรก” ก็อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้แล้ว บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง พร้อมเผยเคล็ดลับง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที ทำไมผักคำแรกถึงเปลี่ยนชีวิตคนที่มีภาวะเบาหวานได้? การเริ่มต้นด้วยผักก่อนอาหารมื้อหลัก อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่มีภาวะเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการป้องกันเบาหวาน การศึกษาและผลลัพธ์ งานวิจัยหลายชิ้นจากทั่วโลกได้แสดงให้เห็นว่า การกินผักก่อนอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ บางการศึกษาพบว่าสามารถลดลงได้ถึง 37% ภายใน 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้วิธีนี้อย่างสม่ำเสมอยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ลดน้ำตาลหลังอาหาร การกินผักก่อนช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังมื้ออาหาร คุมน้ำตาลได้ดีขึ้นต่อเนื่อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างต่อเนื่องด้วยการกินผักก่อนอาหาร สามารถช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ในระยะยาว ผักทำงานในร่างกายเราอย่างไร? การทำความเข้าใจว่าผักทำงานอย่างไรในร่างกาย จะช่วยให้เราเห็นภาพและเข้าใจถึงประโยชน์ของการกินผักก่อนอาหารได้ดียิ่งขึ้น ไฟเบอร์เหมือนกำแพงป้องกัน ผักอุดมไปด้วยไฟเบอร์ หรือใยอาหาร ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นกำแพงป้องกันในระบบทางเดินอาหาร ไฟเบอร์จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด การดูดซึมน้ำตาลช้าลง เมื่อเรากินผักก่อนอาหาร ไฟเบอร์จะเข้าไปเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้การดูดซึมน้ำตาลจากอาหารประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ ช้าลง กระตุ้นฮอร์โมนควบคุมน้ำตาล ผักยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เช่น GLP-1 ซึ่งช่วยให้ตับอ่อนทำงานได้ดีขึ้น และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล…
-

หมอญี่ปุ่นแนะฟ้าทะลายโจร: ช่วยอะไรผู้สูงวัยได้อีก? | สูงวัย ใกล้หมอ
หมอญี่ปุ่นแนะ : ฟ้าทะลายโจร — นอกจากแก้หวัดยังช่วยอะไรผู้สูงวัยได้อีก? | สูงวัย ใกล้หมอ หลายคนคงคุ้นเคยกับฟ้าทะลายโจรในฐานะสมุนไพรแก้หวัด แต่รู้หรือไม่ว่าฟ้าทะลายโจรมีประโยชน์มากกว่านั้น? ข้อมูลจากงานวิจัยเผยว่าฟ้าทะลายโจรสามารถช่วยลดน้ำตาลในเลือด ดูแลสุขภาพหัวใจ ลดอาการปวดข้อ และบำรุงสมองได้อีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงสรรพคุณของฟ้าทะลายโจร พร้อมวิธีใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงวัยได้รับประโยชน์สูงสุดจากสมุนไพรชนิดนี้ ฟ้าทะลายโจร: สมุนไพรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ฟ้าทะลายโจรไม่ใช่สมุนไพรธรรมดา แต่เป็นสมุนไพรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี ถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนจีนและอินเดียมาตั้งแต่สมัยโบราณ คนโบราณขนานนามว่า “ราชาแห่งสมุนไพรขม” เนื่องจากมีรสชาติขมจัด แต่คุณสมบัติกลับทรงพลัง สารสำคัญในฟ้าทะลายโจร: แอนโดรกราโฟไลด์ สิ่งที่ทำให้ฟ้าทะลายโจรพิเศษคือสารสำคัญที่ชื่อว่าแอนโดรกราโฟไลด์ ซึ่งมีอยู่ในใบและลำต้นในปริมาณ 2-4% แม้ดูเหมือนน้อย แต่สารตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษมากมาย ทั้งต้านการอักเสบ ต้านเชื้อโรค และที่น่าสนใจคือสามารถปรับสมดุลภูมิคุ้มกันได้ ฟ้าทะลายโจรช่วยอะไรได้บ้าง? ฟ้าทะลายโจรมีประโยชน์หลากหลายด้านต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย มาดูกันว่าฟ้าทะลายโจรช่วยอะไรได้บ้าง ประโยชน์ของฟ้าทะลายโจร: เบาหวาน สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 งานวิจัยพบว่าการรับประทานสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 12 สัปดาห์ สามารถลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้ประมาณ 0.5-1.2% กลไกการทำงานคือแอนโดรกราโฟไลด์ช่วยเพิ่มความไวของเซลล์ต่ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม…
-

หมอญี่ปุ่นแนะ 6 ท่าบริหาร ลดนอนไม่หลับในผู้สูงวัย | การงง การเงิน
หมอญี่ปุ่นแนะ 6 ท่าบริหาร ช่วยให้เลือดลมไหลเวียน ลดปัญหาการนอน | สูงวัย ใกล้หมอ ปัญหาการนอนไม่หลับเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ความจริงแล้ว ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ไม่ต้องพึ่งยาหรืออุปกรณ์ใดๆ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ 6 ท่าบริหารง่ายๆ ที่แนะนำโดยหมอชาวญี่ปุ่น ซึ่งช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ลดปัญหาการนอนไม่หลับ และช่วยให้คุณสูงวัยได้อย่างมีความสุข ทำไมผู้สูงวัยถึงมีปัญหานอนไม่หลับ? การนอนไม่หลับในผู้สูงวัยเป็นปัญหาที่ซับซ้อน มีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้นตามวัย สาเหตุหลักของการนอนไม่หลับในผู้สูงวัย สาเหตุหลักของการนอนไม่หลับในผู้สูงวัยส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอายุที่มากขึ้นโดยตรง แต่เกิดจากปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ เช่น เลือดลมไหลเวียนไม่ดี การผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินลดลง และกล้ามเนื้อที่แข็งตึง การเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ส่งผลต่อการนอน เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ส่งผลต่อการนอนหลับ ได้แก่ เลือดลมไหลเวียนช้าลง: หลอดเลือดแข็งตัวขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจสูบฉีดได้น้อยลง ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี โดยเฉพาะบริเวณขา แขน และสมอง การผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินลดลง: ฮอร์โมนเมลาโทนินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนชนิดนี้น้อยลง ทำให้หลับยากหรือตื่นง่าย กล้ามเนื้อและข้อต่อแข็ง: การเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อแข็งตึง ส่งผลให้ร่างกายไม่สบายตัวและนอนหลับยาก ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการนอนไม่หลับของผู้สูงวัย มีความเชื่อผิดๆ หลายอย่างเกี่ยวกับการนอนไม่หลับในผู้สูงวัย…
-

4 วิธี แก้นอนไม่หลับในผู้สูงวัย (ไม่ต้องพึ่งยา) | สูงวัย ใกล้หมอ
4 วิธี แก้นอนไม่หลับในผู้สูงวัย (ไม่ต้องพึ่งยา) | สูงวัย ใกล้หมอ หลายท่านคงเคยได้ยินคำแนะนำว่าอยากมีสุขภาพดีต้องนอนเร็วตื่นเช้า แต่เมื่ออายุมากขึ้น การนอนหลับกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเดิม บางคนเข้านอนตั้งแต่สองทุ่มแต่กลับตื่นกลางดึกแล้วนอนต่อไม่ได้ หรือบางคนนอนไม่หลับตั้งแต่แรก ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่สดชื่นเหมือนไม่ได้พักผ่อน หากคุณกำลังประสบปัญหานี้อยู่ ไม่ต้องกังวลไป เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และมีวิธีแก้ไขที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องพึ่งยาอีกด้วย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการนอนไม่หลับในผู้สูงวัย พร้อมเผย 4 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณกลับมานอนหลับได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง ทำไมผู้สูงอายุถึงมีปัญหาเรื่องการนอน? การเปลี่ยนแปลงของการนอนหลับในผู้สูงอายุเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามวัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงของนาฬิกาชีวภาพ นาฬิกาชีวภาพเปรียบเสมือนนาฬิกาภายในร่างกายที่ควบคุมการทำงานต่างๆ ตั้งแต่การตื่นตัว การหลั่งฮอร์โมน ไปจนถึงอุณหภูมิร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้น นาฬิกาเรือนนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง การเดินเร็วขึ้นของนาฬิกาชีวภาพ นาฬิกาชีวภาพจะเดินเร็วขึ้น ทำให้ทุกอย่างในร่างกายเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม เช่น หากเคยง่วงตอนเที่ยงคืน อาจจะง่วงเร็วขึ้นเป็น 2 ทุ่ม สัญญาณที่อ่อนแอลงของนาฬิกาชีวภาพ สัญญาณที่นาฬิกาชีวภาพส่งออกมาจะอ่อนแอลง ทำให้ร่างกายไม่แน่ใจว่าควรตื่นหรือนอน การผลิตเมลาโทนินลดลง ทำให้สัญญาณของการง่วงไม่แข็งแรงเท่าเดิม การเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตา เลนส์ตาที่หนาขึ้นและเหลืองขึ้น ทำให้แสงสว่าง โดยเฉพาะแสงสีน้ำเงิน ซึ่งสำคัญต่อการตั้งเวลานาฬิกาชีวภาพ ผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาน้อยลง นาฬิกาชีวภาพคืออะไรและเกี่ยวข้องกับการนอนอย่างไร? นาฬิกาชีวภาพเป็นกลไกภายในร่างกายที่ทำหน้าที่ควบคุมวงจรการนอนหลับและตื่น…
-

หมอญี่ปุ่นแนะ 6 ท่าฟื้นฟูเข่า เดินไม่ได้ก็กลับมาได้!
หมอญี่ปุ่นแนะ — คนเข่าไม่ดีต้องดู! เดินไม่ได้ก็ยังฟื้นได้ด้วย 6 ท่านี้ | สูงวัย ใกล้หมอ คุณเคยรู้สึกไหมว่าเข่าไม่ดี ทำให้ต้องหยุดเดิน หยุดออกกำลังกาย? หลายคนคิดว่าการพักเข่าคือทางออก แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่คุณทำอาจกำลังทำร้ายเข่าของคุณโดยไม่รู้ตัว! วันนี้เราจะมาเปิดเผยเคล็ดลับจากหมอญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้คุณฟื้นฟูเข่ากลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง แม้ว่าตอนนี้จะเดินลำบากก็ตาม ด้วย 6 ท่าง่ายๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง และที่สำคัญคือได้ผลจริง! มาร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันว่าทำไมการพักเข่าถึงไม่ใช่ทางออก และทำอย่างไรให้เข่ากลับมาดีขึ้นได้อีกครั้ง ทำไมกล้ามเนื้อแข็งแรงถึงสำคัญในการปกป้องเข่า? หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมกล้ามเนื้อถึงมีความสำคัญต่อสุขภาพของเข่า? คำตอบคือ กล้ามเนื้อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเข่า ช่วยลดแรงกระแทกและปกป้องข้อต่อต่างๆ กล้ามเนื้อต้นขา: เฝือกธรรมชาติของเข่า ลองนึกภาพว่าเข่าของคุณคือบ้านหลังหนึ่ง และกล้ามเนื้อต้นขาคือเสาบ้านที่แข็งแรง เสาบ้านที่แข็งแรงย่อมทำให้บ้านมั่นคง เข่าก็เช่นเดียวกัน กล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงจะช่วยพยุงและปกป้องข้อต่อเข่าในขณะที่เราเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ขึ้นลงบันได หรือแม้แต่การลุกนั่ง กล้ามเนื้อแข็งแรงช่วยดูดซับแรงกระแทก เมื่อเราเดินหรือทำกิจกรรมต่างๆ เข่าของเราต้องรับแรงกระแทกอยู่เสมอ กล้ามเนื้อต้นขาที่แข็งแรงจะทำหน้าที่เป็นตัวดูดซับแรงกระแทก ทำให้ข้อต่อเข่าไม่ต้องรับภาระหนักเกินไป ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บและเสื่อมสภาพของข้อต่อ กล้ามเนื้ออ่อนแอทำให้ข้อต่อเข่ารับน้ำหนักมากเกินไป ในทางกลับกัน หากกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแอ ข้อต่อเข่าจะต้องรับน้ำหนักและแรงกระแทกทั้งหมด ทำให้กระดูกอ่อนที่บุอยู่ภายในข้อต่อถูกกดทับ เสียดสี และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนที่มีกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแอมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับเข่ามากกว่า…
-

หมอญี่ปุ่นแนะ: ตะคริวกลางคืน เกิดจากขาดวิตามิน 2 ตัวนี้ แก้ได้ทันที
หมอญี่ปุ่นแนะ — ตะคริวกลางคืน เกิดจากขาดวิตามิน 2 ตัวนี้ แก้ได้ทันที | สูงวัย ใกล้หมอ เคยไหมคะที่ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะอาการตะคริวที่ขา? ความเจ็บปวดนั้นเล่นเอาหลายคนนอนไม่หลับ แถมยังกังวลว่าอาการนี้จะกลับมาอีกในคืนต่อๆ ไป หลายคนอาจเคยได้ยินว่าการกินแคลเซียมหรือดื่มนมจะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ทำไมบางคนลองทำตามแล้วตะคริวยังไม่หาย หรือบางรายกลับเป็นบ่อยขึ้นกว่าเดิม? ความจริงแล้ว ตะคริวไม่ได้เกิดจากการขาดแคลเซียมเพียงอย่างเดียวค่ะ ร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่าขาดสารสำคัญอีก 2 ชนิด ซึ่ง 90% ของคนไทยอาจยังไม่รู้ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจ พร้อมคำแนะนำจากคุณหมอชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับการรับมือกับตะคริวอย่างถูกต้อง ทำไมตะคริวถึงไม่หาย แม้กินแคลเซียม? หลายคนเข้าใจผิดว่าตะคริวเกิดจากการขาดแคลเซียมเพียงอย่างเดียว จึงพยายามกินแคลเซียมเสริม หรือดื่มนมเป็นประจำ แต่กลับพบว่าอาการตะคริวยังคงอยู่ หรือแย่ลงกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะแคลเซียมไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ความเข้าใจผิดเรื่องตะคริว ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตะคริวเป็นเรื่องปกติ แคลเซียมมีความสำคัญต่อสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อจริง แต่การทำงานของกล้ามเนื้อมีความซับซ้อนกว่านั้น แคลเซียมไม่ใช่ปัจจัยเดียว แคลเซียมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้ แต่ยังมีสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการคลายตัวของกล้ามเนื้อ และการส่งสัญญาณที่ถูกต้อง 3 สารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตะคริว เพื่อให้เข้าใจเรื่องตะคริวได้ดีขึ้น เรามาทำความรู้จักกับ 3 สารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อกันค่ะ แคลเซียม: สั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว แคลเซียมมีหน้าที่หลักในการสั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว เปรียบเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้กล้ามเนื้อทำงาน แมกนีเซียม:…
-

ทำไมต้องสควอช? วัคซีนกันล้มที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ | สูงวัย ใกล้หมอ
ทำไมต้องสควอช? — วัคซีนกันล้ม ที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ | สูงวัย ใกล้หมอ การล้มในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่ร้ายแรง อาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงและสูญเสียคุณภาพชีวิต หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของกล้ามเนื้อขา แต่รู้หรือไม่ว่ากล้ามเนื้อขามีบทบาทสำคัญในการทรงตัวและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกายแบบสควอช (Squat) จึงเป็นเสมือน “วัคซีนกันล้ม” ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ลดความเสี่ยงในการล้ม และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทำไมกล้ามเนื้อขาถึงสำคัญ? กล้ามเนื้อขาเป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ช่วยให้เราสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ยืน ลุกนั่ง หรือแม้แต่การทรงตัว กล้ามเนื้อขาสำคัญอย่างไร? กล้ามเนื้อขาทำหน้าที่หลักในการรองรับน้ำหนักตัว ช่วยในการเคลื่อนไหว และรักษาสมดุลของร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อขาแข็งแรง เราจะสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ลดความเสี่ยงในการหกล้ม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กล้ามเนื้อขาเริ่มสูญเสียเมื่อไหร่? การสูญเสียกล้ามเนื้อขาเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น โดยทั่วไปแล้ว กล้ามเนื้อขาจะเริ่มสูญเสียเมื่ออายุประมาณ 50 ปี สัญญาณเตือนว่ากล้ามเนื้อขากำลังหายไป มีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งบอกว่ากล้ามเนื้อขากำลังอ่อนแรงลง เช่น ลุกขึ้นจากเก้าอี้ยากขึ้น เดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยง่าย รู้สึกเมื่อยขาหลังจากเดินระยะทางสั้นๆ ทำไมสควอชถึงเป็นวัคซีนกันล้มที่ดีที่สุด? สควอชเป็นการออกกำลังกายที่เน้นการใช้กล้ามเนื้อขาและแกนกลางลำตัวหลายส่วนพร้อมกัน ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการล้ม กล้ามเนื้อที่ใช้ในการลุกนั่ง การลุกนั่งเป็นกิจกรรมที่เราทำในชีวิตประจำวัน และต้องอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน ได้แก่ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า:…
-

แค่นอนก็ผอมได้? หมอญี่ปุ่นเผยเทคนิคกระตุ้นเผาผลาญขณะหลับ
แค่นอนก็ผอมได้? หมอญี่ปุ่นเผย เทคนิค ‘กระตุ้นระบบเผาผลาญ’ ขณะหลับ เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงดูเหมือนกินอะไรก็ไม่อ้วน ในขณะที่เราต้องออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อรักษารูปร่างให้ดูดี? ความลับอยู่ที่ระบบเผาผลาญในร่างกายของเรานี่เอง และข่าวดีก็คือ เราสามารถ “กระตุ้น” ระบบนี้ได้ แม้ในขณะที่เรานอนหลับ! วันนี้เราจะมาเปิดเผยเคล็ดลับจากญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันได้ง่ายๆ เพียงแค่ทำตามเทคนิค 3 นาทีก่อนนอน ไขมันสีน้ำตาล: เตาเผาพลังงานในร่างกาย หลายคนเข้าใจผิดว่าการเผาผลาญไขมันเกิดขึ้นเฉพาะตอนออกกำลังกายเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ร่างกายของเรามี “เตาเผาพลังงาน” ส่วนตัวที่ซ่อนอยู่ และมันสามารถทำงานได้ดีแม้เราอยู่นิ่งๆ หรือแม้แต่ตอนนอนหลับ สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือ “ไขมันสีน้ำตาล” ไขมันสีขาว vs ไขมันสีน้ำตาล ไขมันมี 2 ประเภทหลักๆ คือ ไขมันสีขาว และไขมันสีน้ำตาล ไขมันสีขาวคือไขมันที่เราคุ้นเคยกันดี มันสะสมอยู่ที่พุง สะโพก และต้นแขน มีหน้าที่หลักคือเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ในอนาคต ในขณะที่ไขมันสีน้ำตาลมีหน้าที่ตรงกันข้าม คือเผาผลาญพลังงานเพื่อสร้างความร้อนให้ร่างกาย ไขมันสีน้ำตาลทำงานอย่างไร เมื่อไขมันสีน้ำตาลถูกกระตุ้น มันจะดึงเอาไขมันสีขาว ซึ่งเป็นไขมันส่วนเกินที่สะสมในร่างกาย มาเผาผลาญเป็นพลังงานความร้อน เปรียบเสมือนการนำฟืน (ไขมันสีขาว) ไปใส่ในเตาผิง (ไขมันสีน้ำตาล) เพื่อให้เกิดความร้อนและพลังงาน…