Category: การดูแลผู้สูงอายุ
-

กล้ามเนื้อน้อยทำให้แก่ไว — วิธีสร้างฮอร์โมนชะลอวัยที่คุณอาจไม่รู้
กล้ามเนื้อน้อยทำให้แก่ไว — วิธีสร้างฮอร์โมนชะลอวัยที่หลายคนไม่รู้ คุณเคยรู้สึกหรือไม่ว่าร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่คุ้นเคย? หมดแรงง่ายขึ้น อารมณ์แปรปรวน หรือแม้แต่รู้สึกว่าการฟื้นตัวจากอาการป่วยไข้ใช้เวลานานขึ้น? หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นเพียงสัญญาณของอายุที่มากขึ้น หรือความเครียดในชีวิตประจำวัน แต่ความจริงแล้ว อาจมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่ซึ่งหลายคนคาดไม่ถึง นั่นคือ การสูญเสีย “โรงงานผลิตฮอร์โมนชะลอวัย” ที่สำคัญที่สุดในร่างกายของเรา นั่นคือกล้ามเนื้อนั่นเอง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจความสำคัญของกล้ามเนื้อในฐานะโรงงานผลิตฮอร์โมนชะลอวัย รวมถึงวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นและชีวิตที่ยืนยาว ทำไมกล้ามเนื้อถึงสำคัญ? หลายคนอาจมองว่ากล้ามเนื้อเป็นเพียงส่วนประกอบที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้ แต่ความจริงแล้ว กล้ามเนื้อมีความสำคัญมากกว่านั้นมาก กล้ามเนื้อไม่ใช่แค่เรื่องความแข็งแรง กล้ามเนื้อทำหน้าที่มากกว่าแค่การยกของหนักหรือทำให้รูปร่างดูดี กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะที่ทำงานอย่างแข็งขันภายในร่างกาย มีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังเป็นแหล่งผลิตสารสำคัญมากมาย กล้ามเนื้อสร้างและหลั่งสารสำคัญ เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว มันจะปล่อยสารที่เรียกว่า “ไมโอไคน์” (Myokines) หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ฮอร์โมนจากกล้ามเนื้อ” ออกมาสู่กระแสเลือด สารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ฮอร์โมนจากกล้ามเนื้อมีหน้าที่อะไร? ฮอร์โมนจากกล้ามเนื้อมีหน้าที่หลากหลาย เช่น: ช่วยลดการอักเสบ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ช่วยในการเผาผลาญไขมัน กล้ามเนื้อคือโรงงานผลิตฮอร์โมนชะลอวัย กล้ามเนื้อเปรียบเสมือนโรงงานผลิตฮอร์โมนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในร่างกายของเรา ฮอร์โมนเหล่านี้มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและส่งเสริมสุขภาพองค์รวม ฮอร์โมนจากกล้ามเนื้อช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ฮอร์โมนที่ผลิตจากกล้ามเนื้อจะเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย…
-

แพทย์ญี่ปุ่นเตือน: หยุดกินเค็มตอนเย็น ป้องกันสมองตีบ พูดไม่ชัด
แพทย์ชาวญี่ปุ่นแนะ : หยุดกินเค็มตอนเย็น ถ้าไม่อยากตื่นมาปากเบี้ยว พูดไม่ชัด (โรคสมองตีบ) เคยหรือไม่? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง ทั้งที่เมื่อคืนก็ไม่ได้ทำกิจกรรมหนักๆ เลย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Stroke) ที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเกินไป วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงอันตรายของการกินเค็มในมื้อเย็น พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น เพื่อให้คุณผู้อ่านตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และป้องกันโรคสมองตีบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมอาหารเย็นเค็ม อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองตีบ? หลายคนอาจไม่ทราบว่า การรับประทานอาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุมีการทำงานของระบบต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เคสตัวอย่าง: ผู้ป่วยที่ตื่นมาแล้วมีอาการผิดปกติ ลองนึกภาพตาม: ผู้สูงอายุท่านหนึ่งรับประทานอาหารเย็นตามปกติ ซึ่งอาจมีเมนูโปรดอย่างปลาทอด น้ำพริก หรือแกงส้มที่มีรสชาติค่อนข้างเค็ม หลังจากนั้นก็นั่งพักผ่อนดูโทรทัศน์ ก่อนจะเข้านอนตามปกติ แต่แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นกลับพบว่ามีอาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง นี่คือหนึ่งในเคสตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างอาหารเย็นเค็มกับโรคหลอดเลือดสมองตีบ ปัจจัยเสี่ยงที่ซ่อนอยู่: อาหารเย็นและพฤติกรรมหลังกิน อาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ เนื่องจากโซเดียมในปริมาณมากจะส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วนั่งพักผ่อน หรือนอนหลับทันที พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สัญญาณเตือนของหลอดเลือดสมองตีบที่หลายคนมองข้าม อาการของโรคหลอดเลือดสมองตีบอาจไม่แสดงอาการอย่างชัดเจนในระยะแรก ทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณเตือนที่สำคัญ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงสัญญาณเตือนต่างๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น…
-

สมองแข็งแรงถึงวัย 80: อาหารบำรุงสมองให้คมชัด ไม่เสื่อมง่าย
สมองแข็งแรงถึงวัย 80 — อาหารที่ช่วยให้สมองคมชัด ไม่เสื่อมง่ายในผู้สูงวัย หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “สมองเสื่อม” และอดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้ เพราะความกลัวที่จะสูญเสียความทรงจำ สูญเสียความเป็นตัวเอง หรือการเป็นภาระของคนในครอบครัว แต่ข่าวดีก็คือ โรคสมองเสื่อมไม่ได้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้นเสมอไป! จากงานวิจัยล่าสุดพบว่า 1 ใน 3 ของโรคสมองเสื่อมนั้นมาจากปัจจัยที่เราสามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ นั่นหมายความว่า เราสามารถดูแลสมองให้แข็งแรงและคมชัดได้ แม้จะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้วก็ตาม บทความนี้จะพาคุณไปค้นพบความลับของอาหารที่ช่วยชะลอการเสื่อมของสมอง และเผยเคล็ดลับการดูแลสมองให้แข็งแรงถึงวัย 80 สมองเสื่อม: ความเข้าใจผิดและการป้องกัน ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมองเสื่อมมีอยู่มากมาย หลายคนเชื่อว่าสมองเสื่อมเป็นเรื่องของกรรมตามวัย หรือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงแล้วมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพสมอง และเราสามารถควบคุมปัจจัยเหล่านั้นได้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมองเสื่อม ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมองเสื่อมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ พันธุกรรม: เป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อายุ: เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงได้ยาก สภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิต: เป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ เช่น อาหารการกิน การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการเข้าสังคม ปัจจัยจากสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตนี้เอง ที่มีผลต่อสุขภาพสมองถึง 1 ใน 3 ของการเสื่อมทั้งหมด นั่นหมายความว่า เรามีอำนาจในการดูแลสุขภาพสมองของเราได้มากกว่าที่คิด…
-

แพทย์ญี่ปุ่นเผย: พูดซ้ำ ลืมง่าย สับสนเวลา ไม่ใช่เพราะแก่!
แพทย์ชาวญี่ปุ่นเผย : พูดซ้ำ ลืมง่าย สับสนเวลา ไม่ใช่เพราะแก่! – ความเข้าใจผิดเรื่องอัลไซเมอร์ เคยไหมคะ อยู่ดีๆ ก็ลืมว่ากำลังจะพูดอะไร ลืมชื่อหลานที่เรียกอยู่ทุกวัน หรือบางทีก็เดินเข้าครัวแล้วยืนงง ลืมว่ามาทำอะไร หลายคนคงเคยคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องปกติของความแก่ แต่ความจริงแล้วอาจมีอะไรที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้น วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อคำว่า “หลงลืม” ไปตลอดกาล อาการหลงลืม: สัญญาณเตือนที่สมองส่งมานาน หลายคนอาจมองข้ามอาการหลงลืมเล็กๆ น้อยๆ ไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัยที่มากขึ้น แต่แท้จริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนที่สมองกำลังส่งมานานแล้ว เพียงแต่เราอาจยังไม่ทันได้สังเกต หรือเข้าใจผิดไปว่ามันเป็นเพียงผลกระทบจากความชรา จุดที่ควรเริ่มกังวล การหลงลืมเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน แต่มีบางอาการที่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ พูดซ้ำ: พูดประโยคเดิมซ้ำๆ หลายครั้งในเวลาอันสั้น ลืมง่าย: ลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือลืมสิ่งของที่วางไว้ สับสนเวลา: จำไม่ได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร หรือจำไม่ได้ว่าตอนนี้กี่โมง ลืมลำดับเหตุการณ์: เล่าเรื่องราวต่างๆ สลับไปมา หรือเรียงลำดับเหตุการณ์ผิดพลาด ลืมชื่อคนในครอบครัว: จำชื่อสมาชิกในครอบครัวไม่ได้ เส้นบางๆ ระหว่างแก่แล้วลืมกับสมองเริ่มเสื่อม การแยกแยะระหว่างการหลงลืมตามวัย และอาการของสมองที่เริ่มเสื่อมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมันจะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพสมองได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที คุณหมอมาโกโตะ แพทย์ชาวญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ…
-

หลับง่ายใน 3 นาที: ลุงหมอเผยเคล็ดลับนอนหลับ ไม่ต้องพึ่งยา
หลับง่ายใน “3 นาที” ลุงหมอสอนวิธีช่วยให้หลับง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งยา | สูงวัยใกล้หมอ เคยไหม? นอนอยู่บนเตียง ร่างกายเหนื่อยล้า ง่วงสุดๆ แต่สมองกลับไม่ยอมพักผ่อน ยังคงคิดเรื่องต่างๆ วนเวียนไม่รู้จบ ยิ่งพยายามจะหลับ ก็ยิ่งรู้สึกตื่นตัว นี่อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหานอนไม่หลับอยู่ก็เป็นได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เรามีข่าวดีมาฝาก กับเคล็ดลับจากลุงหมอที่จะช่วยให้คุณหลับง่ายขึ้นภายใน 3 นาที โดยไม่ต้องพึ่งยา! ทำไมถึงนอนไม่หลับ? การนอนไม่หลับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงนอนไม่หลับ ทั้งๆ ที่ร่างกายก็เหนื่อยล้าแล้ว สาเหตุหลักๆ มาจากอะไร? ระบบประสาท 2 ชุด: โหมดตื่นตัว vs โหมดพักผ่อน ร่างกายของเรามีระบบประสาท 2 ชุดที่ทำงานตรงข้ามกัน ชุดแรกคือ ระบบประสาทซิมพาเทติก หรือที่เรียกว่า “โหมดตื่นตัว” เปรียบเสมือนปุ่มเร่งในรถยนต์ เมื่อระบบนี้ทำงาน หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น ร่างกายพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ชุดที่สองคือ ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก หรือ “โหมดพักผ่อน” เปรียบเสมือนปุ่มเบรก เมื่อระบบนี้ทำงาน หัวใจจะเต้นช้าลง…
-

แพทย์ชาวญี่ปุ่นเตือน: ทานก่อนนอนส่งผลต่อสมอง (ผู้สูงอายุควรฟัง)
แพทย์ชาวญี่ปุ่นเผย : ทานก่อนนอน ส่งผลต่อสมองมีปัญหา (ผู้สูงอายุควรฟัง) เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนมองข้าม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสมองอย่างที่คุณคาดไม่ถึง! คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าการกินอาหารก่อนนอนนั้นส่งผลเสียต่อสมองอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ? แพทย์ชาวญี่ปุ่นได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกินอาหารก่อนนอน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สมองของเราแย่ลงโดยที่เราไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพสมอง เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักมีสุขภาพสมองที่ดีในระยะยาว อาหารก่อนนอนแบบไหนที่ผู้สูงวัยควรหลีกเลี่ยง การเลือกรับประทานอาหารก่อนนอนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากระบบการทำงานของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย การกินอาหารที่ไม่เหมาะสมก่อนนอนอาจส่งผลเสียต่อความจำ อารมณ์ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมได้ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนนอน การเลือกรับประทานอาหารก่อนนอนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากระบบการทำงานของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย การกินอาหารที่ไม่เหมาะสมก่อนนอนอาจส่งผลเสียต่อความจำ อารมณ์ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมได้ ผลกระทบของการกินของหวานหรือขนมกรุบกรอบก่อนนอน การกินของหวานหรือขนมกรุบกรอบก่อนนอนเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน แต่หารู้ไม่ว่าพฤติกรรมนี้อาจส่งผลเสียต่อสมองมากกว่าที่คุณคิด การกินของหวานก่อนนอนจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และตกลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง ทำให้สมองไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ การกินขนมกรุบกรอบซึ่งมักมีน้ำตาลและไขมันสูง ยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพสมองในระยะยาวอีกด้วย ผลกระทบของการดื่มนมรสหวานก่อนนอน หลายคนเชื่อว่าการดื่มนมอุ่น ๆ ก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น แต่ในความเป็นจริง นมรสหวานอาจส่งผลเสียต่อการนอนหลับและสุขภาพสมองได้ นมรสหวานมีปริมาณน้ำตาลสูง ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดผันผวน และรบกวนการทำงานของสมองในขณะนอนหลับ นอกจากนี้ การดื่มนมรสหวานเป็นประจำยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อมได้อีกด้วย ผลกระทบของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนอาจทำให้รู้สึกง่วงนอนเร็วขึ้น แต่ในระยะยาวกลับส่งผลเสียต่อการนอนหลับและสุขภาพสมองอย่างมาก…
-

ผู้สูงวัยควรรู้: อาหารบำรุงหลอดเลือด เลือดไหลลื่น ลดความดัน
ผู้สูงวัยควรรู้ — อาหารที่บำรุงหลอดเลือดและทำให้เลือดไหลลื่น คุณผู้ฟังเคยรู้สึกหงุดหงิดไหมคะที่พยายามกินผัก กินปลา หลีกเลี่ยงอาหารทอด แต่ความดันก็ยังไม่ลง? บางทีคุณอาจจะไม่ได้ทำผิดแค่ยังขาดสิ่งหนึ่งที่หลอดเลือดต้องการ สารตัวนี้ร่างกายเราผลิตได้เอง แต่พออายุมากขึ้นมันลดลงไปเรื่อยๆ ทำให้หลอดเลือดแข็งขึ้น ความดันสูงขึ้น แต่ข่าวดีคือ เราเพิ่มมันกลับมาได้ผ่านการกินอาหาร และง่ายกว่าที่คิดมากค่ะ วันนี้นุ่นจะพาทุกคนมาค้นพบว่าอาหารกลุ่มไหนที่หลอดเลือดต้องการจริงๆ ทำไมถึงช่วยลดความดันในเลือดได้ และที่สำคัญคือเราจะเริ่มทำได้ยังไง สารตัวไหนที่หลอดเลือดต้องการ? หลายคนที่ฟังอยู่นี่คงพยายามดูแลตัวเองอยู่แล้ว กินผัก กินปลา ไม่มัน ไม่ทอด แต่ทำไมความดันยังสูงอยู่? มันยังขาดอะไรไป? Nitric Oxide (สารขยายหลอดเลือด) หลอดเลือดของเราต้องการสารตัวหนึ่ง ชื่อว่า Nitric Oxide ซึ่งเป็นสารขยายหลอดเลือด มันทำงานเหมือนกุญแจที่ไปปลดล็อกให้หลอดเลือดยืดหยุ่นได้ เมื่อมีสารขยายหลอดเลือดพอ หลอดเลือดจะขยายตัวได้ดี เลือดไหลลื่น ความดันก็ลดลง แต่ถ้าไม่มีหรือมีน้อย หลอดเลือดจะแข็ง ความดันก็สูง ทำไมร่างกายผลิต Nitric Oxide ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น? ร่างกายผลิต Nitric Oxide ได้เอง แต่มีปัญหาตรงที่ว่า พอเราอายุมากขึ้น การผลิตสารตัวนี้จะลดลงไปเรื่อยๆ การศึกษาพบว่า ผู้สูงวัยผลิตสารขยายหลอดเลือดได้น้อยลงมากเมื่อเทียบกับตอนหนุ่มสาว…
-

หมอญี่ปุ่นแนะ ‘เขย่งส้นเท้า’ 3 นาที ปลุกหัวใจดวงที่ 2 เลือดลมพุ่ง
หมอญี่ปุ่นแนะวิธี ‘เขย่งส้นเท้า’ 3 นาที — ปลุกหัวใจดวงที่ 2 ให้เลือดลมพุ่ง | สูงวัยใกล้หมอ สุขภาพดีเริ่มต้นได้ง่ายๆ ใกล้ตัว! วันนี้เราจะมาเปิดเผยเคล็ดลับจากหมอญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีขึ้นได้ง่ายๆ เพียงแค่ “เขย่งส้นเท้า” 3 นาทีต่อวัน หลายคนอาจจะสงสัยว่าการเขย่งส้นเท้านี่มันดียังไง? ทำไมหมอญี่ปุ่นถึงแนะนำ? และมันจะช่วยเรื่องเลือดลมได้อย่างไร? เตรียมตัวพบกับข้อมูลดีๆ ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล! หัวใจดวงที่ 2 คืออะไร? หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่อง “หัวใจ” ที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าร่างกายของเรายังมี “หัวใจดวงที่ 2” ที่สำคัญไม่แพ้กัน กล้ามเนื้อน่อง: หัวใจดวงที่ 2 ใช่แล้ว! หัวใจดวงที่ 2 ที่ว่านี้ก็คือ “กล้ามเนื้อน่อง” ของเรานั่นเอง กล้ามเนื้อน่องทำหน้าที่เหมือนปั๊มน้ำขนาดเล็กที่คอยช่วยสูบฉีดเลือดกลับขึ้นไปสู่หัวใจ เมื่อเรายืน เดิน หรือแม้แต่นั่งแล้วขยับเท้า กล้ามเนื้อน่องจะหดตัวและคลายตัว ทำให้หลอดเลือดดำที่อยู่ภายในถูกบีบและคลายออก เลือดที่คั่งอยู่บริเวณขาก็จะถูกดันกลับขึ้นไปหาหัวใจ ผลกระทบของการนั่งนานๆ การนั่งทำงานนานๆ หรือการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ส่งผลเสียต่อการไหลเวียนเลือดอย่างมาก เมื่อเรานั่งนิ่งๆ…
-

หมอญี่ปุ่นแนะนำ: เมล็ด 4 ชนิดที่ควรกินประจำ และ 4 ชนิดที่ควรเลี่ยงในวัย 60+
หมอญี่ปุ่นแนะนำ : เมล็ด 4 ชนิดที่ควรกินประจำ และ 4 ชนิดที่ควรเลี่ยงในวัย 60+ | สูงวัย ใกล้หมอ การดูแลสุขภาพในวัย 60 ปีขึ้นไปเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นหัวใจหลักในการมีสุขภาพดี หนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพคือ “เมล็ด” แต่รู้หรือไม่ว่าเมล็ดบางชนิดก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องราวเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ที่หมอชาวญี่ปุ่นแนะนำว่าควรทานและควรหลีกเลี่ยงในวัย 60+ พร้อมทั้งเคล็ดลับการทานเมล็ดให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ผู้สูงวัยทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขในบั้นปลายชีวิต 4 เมล็ดที่ควรทานเป็นประจำ เมล็ดบางชนิดมีคุณประโยชน์มากมายที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงวัยได้เป็นอย่างดี หมอญี่ปุ่นได้แนะนำเมล็ด 4 ชนิดที่ควรทานเป็นประจำ ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันไป เมล็ดที่ควรทาน: เมล็ดเจีย เมล็ดเจียเป็นเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ หนึ่งในคุณสมบัติเด่นคือมีโอเมก้า 3 สูง ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง นอกจากนี้ เมล็ดเจียยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้อิ่มนานขึ้น เหมาะสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เมล็ดที่ควรทาน: เมล็ดฟักทอง เมล็ดฟักทองเป็นแหล่งของแคลเซียมที่ดีเยี่ยม ซึ่งจำเป็นต่อการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยสูงอายุที่มักประสบปัญหาเรื่องกระดูกพรุน เมล็ดฟักทองยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น…
-

เคล็ดลับกินเพื่อเสริมกล้ามเนื้อ: เดินคล่อง ไม่ล้มง่าย ฉบับคนไทย
เคล็ดลับการกินเพื่อเสริมกล้ามเนื้อ — กินถูกวิธี เดินคล่อง ไม่ล้มง่าย คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนญี่ปุ่นอายุ 90 กว่าปียังเดินปีนเขาไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ ทำอาหารเอง เปิดร้านอาหาร ไปตลาดเองทุกเช้า ในขณะที่หลายคนในประเทศเรา อายุเพียง 60-70 ปี ก็เริ่มกังวลเรื่องการเดิน กลัวล้ม กลัวขาอ่อนแรง วันนี้นุ่นขอเชิญทุกคนมาค้นหาคำตอบง่ายๆ ที่อาจจะอยู่ในจานอาหารของเรา เคล็ดลับที่ทำให้เรามั่นใจในทุกก้าวเดิน ไม่ใช่แค่เรื่องของยา หรือวิตามินแพงๆ แต่เป็นเรื่องของการเลือกกินอย่างฉลาด ทำไมคนญี่ปุ่นอายุยืนแข็งแรง? ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ คนญี่ปุ่นมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งส่งผลให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว ความแตกต่างระหว่างคนญี่ปุ่นและคนไทย การใช้ชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ เช่น การเดิน การทำงานบ้าน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ในขณะที่คนไทยอาจมีวิถีชีวิตที่นั่งๆ นอนๆ มากกว่า ทำให้กล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ อาหารการกินก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคือ การได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน วิตามินดี และแคลเซียม รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซาโคพีเนีย: สาเหตุของขาอ่อนแรง ภาวะซาโคพีเนีย (Sarcopenia) เป็นภาวะที่มวลกล้ามเนื้อลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการขาอ่อนแรงและปัญหาอื่นๆ…