Tag: สุขภาพหลอดเลือด

  • แพทย์ญี่ปุ่นเตือน: หยุดกินเค็มตอนเย็น ป้องกันสมองตีบ พูดไม่ชัด

    แพทย์ญี่ปุ่นเตือน: หยุดกินเค็มตอนเย็น ป้องกันสมองตีบ พูดไม่ชัด

    แพทย์ชาวญี่ปุ่นแนะ : หยุดกินเค็มตอนเย็น ถ้าไม่อยากตื่นมาปากเบี้ยว พูดไม่ชัด (โรคสมองตีบ) เคยหรือไม่? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง ทั้งที่เมื่อคืนก็ไม่ได้ทำกิจกรรมหนักๆ เลย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Stroke) ที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเกินไป วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงอันตรายของการกินเค็มในมื้อเย็น พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น เพื่อให้คุณผู้อ่านตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และป้องกันโรคสมองตีบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมอาหารเย็นเค็ม อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองตีบ? หลายคนอาจไม่ทราบว่า การรับประทานอาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุมีการทำงานของระบบต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เคสตัวอย่าง: ผู้ป่วยที่ตื่นมาแล้วมีอาการผิดปกติ ลองนึกภาพตาม: ผู้สูงอายุท่านหนึ่งรับประทานอาหารเย็นตามปกติ ซึ่งอาจมีเมนูโปรดอย่างปลาทอด น้ำพริก หรือแกงส้มที่มีรสชาติค่อนข้างเค็ม หลังจากนั้นก็นั่งพักผ่อนดูโทรทัศน์ ก่อนจะเข้านอนตามปกติ แต่แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นกลับพบว่ามีอาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง นี่คือหนึ่งในเคสตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างอาหารเย็นเค็มกับโรคหลอดเลือดสมองตีบ ปัจจัยเสี่ยงที่ซ่อนอยู่: อาหารเย็นและพฤติกรรมหลังกิน อาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ เนื่องจากโซเดียมในปริมาณมากจะส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วนั่งพักผ่อน หรือนอนหลับทันที พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สัญญาณเตือนของหลอดเลือดสมองตีบที่หลายคนมองข้าม อาการของโรคหลอดเลือดสมองตีบอาจไม่แสดงอาการอย่างชัดเจนในระยะแรก ทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณเตือนที่สำคัญ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงสัญญาณเตือนต่างๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น…

  • ผู้สูงวัยควรรู้: อาหารบำรุงหลอดเลือด เลือดไหลลื่น ลดความดัน

    ผู้สูงวัยควรรู้: อาหารบำรุงหลอดเลือด เลือดไหลลื่น ลดความดัน

    ผู้สูงวัยควรรู้ — อาหารที่บำรุงหลอดเลือดและทำให้เลือดไหลลื่น คุณผู้ฟังเคยรู้สึกหงุดหงิดไหมคะที่พยายามกินผัก กินปลา หลีกเลี่ยงอาหารทอด แต่ความดันก็ยังไม่ลง? บางทีคุณอาจจะไม่ได้ทำผิดแค่ยังขาดสิ่งหนึ่งที่หลอดเลือดต้องการ สารตัวนี้ร่างกายเราผลิตได้เอง แต่พออายุมากขึ้นมันลดลงไปเรื่อยๆ ทำให้หลอดเลือดแข็งขึ้น ความดันสูงขึ้น แต่ข่าวดีคือ เราเพิ่มมันกลับมาได้ผ่านการกินอาหาร และง่ายกว่าที่คิดมากค่ะ วันนี้นุ่นจะพาทุกคนมาค้นพบว่าอาหารกลุ่มไหนที่หลอดเลือดต้องการจริงๆ ทำไมถึงช่วยลดความดันในเลือดได้ และที่สำคัญคือเราจะเริ่มทำได้ยังไง สารตัวไหนที่หลอดเลือดต้องการ? หลายคนที่ฟังอยู่นี่คงพยายามดูแลตัวเองอยู่แล้ว กินผัก กินปลา ไม่มัน ไม่ทอด แต่ทำไมความดันยังสูงอยู่? มันยังขาดอะไรไป? Nitric Oxide (สารขยายหลอดเลือด) หลอดเลือดของเราต้องการสารตัวหนึ่ง ชื่อว่า Nitric Oxide ซึ่งเป็นสารขยายหลอดเลือด มันทำงานเหมือนกุญแจที่ไปปลดล็อกให้หลอดเลือดยืดหยุ่นได้ เมื่อมีสารขยายหลอดเลือดพอ หลอดเลือดจะขยายตัวได้ดี เลือดไหลลื่น ความดันก็ลดลง แต่ถ้าไม่มีหรือมีน้อย หลอดเลือดจะแข็ง ความดันก็สูง ทำไมร่างกายผลิต Nitric Oxide ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น? ร่างกายผลิต Nitric Oxide ได้เอง แต่มีปัญหาตรงที่ว่า พอเราอายุมากขึ้น การผลิตสารตัวนี้จะลดลงไปเรื่อยๆ การศึกษาพบว่า ผู้สูงวัยผลิตสารขยายหลอดเลือดได้น้อยลงมากเมื่อเทียบกับตอนหนุ่มสาว…

  • ไม่ได้ป่วย..แต่ไม่รู้สึกสบายเลยซักวัน: พฤติกรรมเงียบๆ ที่ทำร้ายสุขภาพ

    ไม่ได้ป่วย..แต่ไม่รู้สึกสบายเลยซักวัน: พฤติกรรมเงียบๆ ที่ทำร้ายสุขภาพ

    ไม่ได้ป่วย..แต่ไม่รู้สึกสบายเลยซักวัน (หมอแนะถ้าไม่เปลี่ยน อีก 5 ปี อาจไม่รอด) เคยรู้สึกไหมว่าถึงแม้จะไม่ได้ป่วยเป็นอะไร แต่ทำไมร่างกายถึงไม่ค่อยสบายตัวเอาเสียเลย? อาการปวดเมื่อยเล็กๆ น้อยๆ นอนหลับไม่สนิท หรือรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังส่งเสียงบอกเราว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นภายใน วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่หลายคนมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหัวใจและสมองของเรา พฤติกรรมเงียบๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกหรือหัวใจวาย หลายคนอาจคิดว่าการดูแลสุขภาพคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และไปพบแพทย์ตามนัด แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีพฤติกรรมบางอย่างที่เราทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ พฤติกรรมที่สะสมความเสื่อมของหลอดเลือดโดยไม่รู้ตัว การใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อาจเป็นต้นเหตุของปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีความดันโลหิตสูงที่สุด หากเราใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ใส่ใจพฤติกรรมเหล่านี้ หลอดเลือดของเราจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงโดยที่เราไม่รู้ตัว ช่วงเวลาที่ร่างกายมีความดันโลหิตสูงที่สุด ในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนบางชนิดที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หากเรามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารเช้าที่มีแป้งและไขมันสูง หรือการนั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่ขยับร่างกาย ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด Arterial Stiffness หรือภาวะหลอดเลือดแข็ง เมื่ออายุมากขึ้น หลอดเลือดจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ภาวะนี้เรียกว่า Arterial Stiffness หรือภาวะหลอดเลือดแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง การสูญเสียความสามารถในการชดเชย…

  • กำมือลดความดัน: วิธีง่ายๆ จากหมอญี่ปุ่น ขยายหลอดเลือดใน 2 นาที

    กำมือลดความดัน: วิธีง่ายๆ จากหมอญี่ปุ่น ขยายหลอดเลือดใน 2 นาที

    แค่ “กำมือ” ก็ลดความดันได้? หมอญี่ปุ่นเผยวิธีขยายหลอดเลือดใน 2 นาที (ไม่ต้องเหนื่อย) | สูงวัยใกล้หมอ หลายคนที่มีความดันสูงมักรู้สึกว่าการดูแลสุขภาพหัวใจเป็นเรื่องยาก ต้องออกกำลังกายหนักๆ หรือต้องกินยาอยู่เสมอ บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้และคิดว่าอาจจะสายเกินไปแล้ว แต่ข่าวดีก็คือ มีวิธีง่ายๆ ที่คนญี่ปุ่นใช้กันมานานกว่า 100 ปี ซึ่งไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องเหนื่อย และที่สำคัญคือทำได้เลย ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรเลย เพียงแค่ “กำมือ” วันละ 2 นาที แต่ต้องกำให้ถูกวิธี คนญี่ปุ่นเรียกพลังนี้ว่า “เคกคังเรียวคุ” หรือพลังแห่งหลอดเลือด วันนี้เราจะมาเจาะลึกว่าทำไมแค่กำมือถึงช่วยลดความดันได้ และเราจะทำอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด ทำไมความดันสูงถึงน่ากังวล? ความดันโลหิตสูงเป็น “ตัวร้ายเงียบ” เพราะมักไม่มีอาการเตือนให้รู้ตัว คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าตัวเองสบายดี กินได้ นอนได้ เดินได้ แต่ในขณะเดียวกัน หลอดเลือดกำลังถูกกดดันอยู่ทุกวินาที เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนเราเอาท่อยางมาเป่าลมจนตึงมากๆ แล้วทิ้งไว้เป็นเวลานาน ท่อยางจะแตกหรือแข็งกระด้าง หลอดเลือดของเราก็เช่นกัน เมื่อความดันสูงเรื้อรัง ผนังหลอดเลือดจะหนาขึ้น แข็งขึ้น และสูญเสียความยืดหยุ่น การศึกษาพบว่า ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง…