สิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีออนไลน์ปี 2564 (ยื่นในปี 2565) | ภาษีเงินได้

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีออนไลน์ปี 2564 (ยื่นในปี 2565) | ยื่นภาษีด้วยตัวเอง Ep.0 #ภาษีเงินได้

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่ที่สำคัญของคนไทยทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เราสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงสิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีออนไลน์ปี 2564 (ยื่นในปี 2565) เพื่อให้คุณพร้อมสำหรับการยื่นภาษีด้วยตัวเอง

วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ก่อนที่เราจะเริ่มยื่นภาษี เราต้องเข้าใจวิธีการคำนวณภาษีเสียก่อน เพื่อให้รู้ว่าเราต้องเสียภาษีเท่าไหร่ และมีวิธีใดบ้างที่เราสามารถนำมาใช้ในการคำนวณภาษีได้

วิธีคำนวณภาษี 2 วิธี: เงินได้สุทธิ และ เงินได้พึงประเมิน

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามี 2 วิธีหลักๆ คือ การคำนวณจากเงินได้สุทธิ และการคำนวณจากเงินได้พึงประเมิน

เงินได้สุทธิ: วิธีนี้จะนำรายได้ทั้งหมดมาหักด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ที่กฎหมายกำหนด ผลลัพธ์ที่ได้คือเงินได้สุทธิ จากนั้นนำเงินได้สุทธินี้ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินได้พึงประเมิน: วิธีนี้จะคำนวณจากเงินได้ที่ไม่ใช่เงินเดือน นำมารวมกันแล้วคูณด้วยอัตราภาษี 0.5%

โดยทั่วไปแล้ว วิธีการคำนวณแบบเงินได้สุทธิมักจะทำให้เราเสียภาษีมากกว่า ดังนั้นจึงเป็นวิธีที่หลายคนคุ้นเคยมากกว่า

เลือกวิธีที่คำนวณภาษีได้มากกว่า

เมื่อคำนวณภาษีทั้งสองวิธีแล้ว ให้เลือกวิธีที่คำนวณภาษีได้มากกว่า เพื่อนำมาใช้ในการยื่นภาษี

ตารางอัตราภาษีเงินได้

เมื่อคำนวณเงินได้สุทธิได้แล้ว ให้นำเงินได้สุทธินั้นมาเทียบกับตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อคำนวณภาษีที่ต้องจ่าย ตารางนี้จะแสดงอัตราภาษีที่แตกต่างกันไปตามระดับเงินได้สุทธิ ตั้งแต่ 0% ไปจนถึง 35%

เงินได้คืออะไร?

เมื่อพูดถึงการยื่นภาษี สิ่งสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจคือคำว่า “เงินได้” ซึ่งมีความแตกต่างจากคำว่า “รายได้” อย่างไร

ความแตกต่างระหว่างเงินได้และรายได้

รายได้: คือเงินที่เราได้รับจากการทำงาน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง หรือรายได้จากการขายของ

เงินได้: คือรายได้ที่เรานำมาคำนวณภาษี ซึ่งจะต้องหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ ก่อน

เงินได้ 8 ประเภทตามกฎหมาย

กฎหมายได้แบ่งประเภทของเงินได้ออกเป็น 8 ประเภท เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณภาษีและกำหนดค่าใช้จ่ายที่สามารถหักได้

  • เงินได้ประเภทที่ 1: เงินเดือน ค่าจ้าง
  • เงินได้ประเภทที่ 2: ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า
  • เงินได้ประเภทที่ 3: ค่าลิขสิทธิ์
  • เงินได้ประเภทที่ 4: ดอกเบี้ย
  • เงินได้ประเภทที่ 5: ค่าเช่า
  • เงินได้ประเภทที่ 6: วิชาชีพอิสระ
  • เงินได้ประเภทที่ 7: รับเหมา
  • เงินได้ประเภทที่ 8: อื่นๆ เช่น รายได้จากการขายของออนไลน์

การเลือกยื่นภาษีสำหรับดอกเบี้ยและเงินปันผล

สำหรับดอกเบี้ยและเงินปันผล ผู้มีเงินได้สามารถเลือกได้ว่าจะนำไปรวมคำนวณภาษีหรือไม่ หรือจะเลือกเสียภาษีแบบแยกต่างหาก

ค่าใช้จ่ายที่สามารถหักได้

เมื่อเรารู้จักประเภทของเงินได้แล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องทำความเข้าใจคือค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักออกจากเงินได้ได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีของเราลงได้

ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในชีวิตจริง

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ค่าใช้จ่ายที่สามารถหักได้ตามกฎหมายนั้น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เราจ่ายไปในชีวิตประจำวัน แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดให้หักได้เท่านั้น

ค่าใช้จ่ายแบบเหมา

ค่าใช้จ่ายแบบเหมา คือค่าใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดเปอร์เซ็นต์ให้หักจากเงินได้ เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 40% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 60,000 บาท

ค่าใช้จ่ายตามจริง

ค่าใช้จ่ายตามจริง คือค่าใช้จ่ายที่เราสามารถนำหลักฐานมาแสดงเพื่อหักออกจากเงินได้ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับรายได้

ตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับมนุษย์เงินเดือนและผู้ขายของออนไลน์

มนุษย์เงินเดือน: สามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ 40% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 60,000 บาท

ผู้ขายของออนไลน์: สามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ โดยต้องมีหลักฐานการจ่ายที่เกี่ยวข้องกับรายได้ เช่น ค่าสินค้า ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา

ค่าลดหย่อนภาษี

นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีค่าลดหย่อนภาษีอีกประเภทหนึ่งที่ช่วยลดภาระภาษีของเราได้

กลุ่มค่าลดหย่อน 3 กลุ่ม: ภาระชีวิต, นโยบายรัฐ, การออมและการลงทุน

ค่าลดหย่อนภาษีแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

  • กลุ่มภาระชีวิต: ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตร ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา
  • กลุ่มนโยบายรัฐ: ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
  • กลุ่มการออมและการลงทุน: กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ

รายละเอียดค่าลดหย่อนแต่ละกลุ่ม

แต่ละกลุ่มมีรายละเอียดและเงื่อนไขในการลดหย่อนที่แตกต่างกันไป ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนนำมาใช้

เงินบริจาคและการลดหย่อนภาษี

เงินบริจาคสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยมีเงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด

สรุปและข้อควรจำ

การยื่นภาษีออนไลน์เป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน หากเรามีความเข้าใจและเตรียมตัวให้พร้อม

เก็บข้อมูลรายได้และเอกสารให้ครบถ้วน

รวบรวมข้อมูลรายได้ทั้งหมด และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) เอกสารค่าใช้จ่าย และเอกสารค่าลดหย่อนต่างๆ

หักค่าใช้จ่ายให้ถูกต้องตามประเภทเงินได้

เลือกหักค่าใช้จ่ายให้ถูกต้องตามประเภทของเงินได้ที่เราได้รับ

รวบรวมรายการลดหย่อนภาษี

รวบรวมรายการลดหย่อนภาษีที่เรามีสิทธิ์ได้รับ

เก็บเอกสารหลักฐานไว้ ไม่ต้องส่งทันที

เก็บเอกสารหลักฐานทั้งหมดไว้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบในภายหลัง ไม่จำเป็นต้องส่งเอกสารทั้งหมดพร้อมกับการยื่นภาษี


💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์


👉 แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี


หรือสแกน QR เพื่อแอด

QR Code Line