บทสนทนาในรายการ NEW GEN INVESTOR EP.13 เล่าประสบการณ์ของก๊อต จิรายุ ตั้งแต่ช่วงที่มีรายได้จากงานแสดงแต่จัดการเงินไม่เป็น จนเกิดหนี้และเริ่มสร้างระบบแบ่งเงินตามเป้าหมาย บทความนี้เรียบเรียงจากข้อความ transcript ที่บันทึกไว้ โดยถ่ายทอดสิ่งที่ผู้ให้สัมภาษณ์เล่า ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดจากเสียงคลิปหรือข้อเท็จจริงส่วนตัวด้วยแหล่งอื่น
รายได้เข้ามาเป็นก้อน แต่ไม่มีระบบรองรับ
ก๊อตเล่าว่าในช่วงแรกของการทำงาน เขามีรายได้เข้ามาเป็นครั้งคราวจากงานแต่ละชิ้น แต่ไม่ได้แยกเงินตามหน้าที่และไม่ได้ติดตามว่าเงินที่ได้รับจะต้องใช้ตลอดช่วงใด เมื่อมีรายได้ก้อนใหญ่จึงรู้สึกว่ามีเงินอยู่มาก ทั้งที่เงินก้อนนั้นต้องรองรับค่าใช้จ่ายไปอีกหลายเดือน
ในบทสัมภาษณ์ เขาย้อนถึงการซื้อของอย่างโทรศัพท์หรือรถด้วยการกู้ และการใช้จ่ายที่ทำให้ภาระหนี้สะสม สิ่งที่เขาพูดเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ให้สัมภาษณ์ ไม่ใช่ตัวเลขหนี้ที่ผ่านการตรวจสอบอิสระ และไม่ควรนำไปเทียบตรง ๆ กับสถานะการเงินของผู้อื่น
แนวคิดแบ่งเงินเป็น 6 บัญชี
หลังเห็นว่ารูปแบบเดิมใช้ต่อไม่ได้ เขาเล่าว่าเริ่มแบ่งเงินเป็นบัญชีตามจุดประสงค์ เพื่อให้เห็นว่าเงินแต่ละส่วนมีไว้ทำอะไร ใน transcript มีการพูดถึง 6 กลุ่มดังนี้
- ค่าใช้จ่ายจำเป็น: เงินหมุนเวียนสำหรับรายจ่ายประจำ เช่น บ้าน ค่าน้ำ และค่าไฟ
- เงินลงทุน: เงินที่ตั้งใจเก็บไว้สำหรับเป้าหมายในอนาคต ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่ได้แนะนำผลิตภัณฑ์หรือสินทรัพย์เฉพาะในส่วนนี้
- ใช้จ่ายส่วนตัว: งบสำหรับการเดินทาง อาหาร และประสบการณ์ร่วมกับครอบครัว การกันงบส่วนนี้ทำให้การใช้เพื่อความสุขมีขอบเขตชัดเจน
- ออมระยะยาว: ในบทสนทนากล่าวถึงเรื่องประกันและสุขภาพเป็นเป้าหมายระยะยาว
- การศึกษาและพัฒนาทักษะ: ใช้กับการเรียนหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง เช่น เรียนการแสดง ดนตรี หรือการเขียน
- การให้: เงินสำหรับทำบุญหรือแบ่งปันตามความตั้งใจของเจ้าของเงิน
หมวดเหล่านี้เป็นวิธีที่ผู้ให้สัมภาษณ์เลือกใช้ ไม่ใช่รายการที่ทุกคนต้องมีเหมือนกัน Transcript ยังระบุว่าสัดส่วนเปลี่ยนได้ตามรายได้และสิ่งที่ต้องเตรียม จึงไม่ควรนำตัวเลขในบทสนทนาไปใช้เป็นสูตรกลาง โดยเฉพาะเมื่อข้อความถอดความอาจคลาดเคลื่อน
ประโยชน์ที่ตั้งใจให้เกิดจากการแยกเงิน
แก่นของเรื่องที่เขาเล่าไม่ใช่การเปิดบัญชีให้ครบหกบัญชี แต่คือการตัดสินใจล่วงหน้าว่าเงินที่ได้รับจะถูกจัดไปทำหน้าที่ใด การแยกหมวดช่วยให้เห็นเงินที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เงินสำหรับอนาคต และงบใช้ส่วนตัวโดยไม่ปะปนกัน ผู้ให้สัมภาษณ์อธิบายว่าการทำซ้ำช่วยสร้างนิสัยและความสบายใจ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะปลดหนี้หรือสร้างผลตอบแทนได้สำหรับทุกคน
เขายังย้ำในบทสนทนาว่าสัดส่วนไม่จำเป็นต้องตายตัว หากยอดในหมวดหนึ่งมากเกินแผนที่ตั้งไว้ ก็สามารถทบทวนและจัดสรรใหม่ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย เช่น ภาระครอบครัว การดูแลพ่อแม่ หรือแผนการใช้เงินในอนาคต
ถ้าจะลองใช้แนวคิดนี้ ควรเริ่มจากอะไร
สำหรับผู้อ่านที่อยากทดลอง วิธีที่ปลอดภัยกว่าการคัดลอกเปอร์เซ็นต์จากผู้อื่น คือเริ่มจากข้อมูลของตัวเอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอธิบายการวางแผนการเงินโดยเริ่มจากบันทึกรายได้และค่าใช้จ่าย เพื่อให้เห็นพฤติกรรมการใช้เงิน จากนั้นจึงตั้งเป้าหมายออมและลงทุนให้สอดคล้องกับรายได้และความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- จดรายได้และค่าใช้จ่ายจริงอย่างน้อยหนึ่งรอบรายได้
- แยกภาระที่ต้องจ่ายแน่นอนออกจากเงินที่เลือกใช้ได้ และดูว่ามีเงินสำรองพอสำหรับเหตุฉุกเฉินหรือไม่
- ตั้งหมวดให้ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง จำนวนหมวดจะมากหรือน้อยกว่าหกก็ได้
- กำหนดจำนวนเงินที่ทำได้จริง แล้วทบทวนเมื่อรายได้ ภาระหนี้ หรือเป้าหมายครอบครัวเปลี่ยนไป
การแยกบัญชีเป็นเพียงวิธีจัดระบบเงินสด ไม่ได้บอกว่าควรซื้อประกันแบบใดหรือลงทุนในอะไร การตัดสินใจเรื่องผลิตภัณฑ์ควรพิจารณาความคุ้มครอง เงื่อนไข สภาพคล่อง ระยะเวลา และความเสี่ยงของแต่ละทางเลือกแยกต่างหาก
คำถามที่พบบ่อย
ทุกคนต้องแบ่งเงินเป็น 6 บัญชีหรือไม่?
ไม่จำเป็น หกบัญชีเป็นกรอบที่ก๊อต จิรายุเล่าในบทสัมภาษณ์ ผู้อ่านปรับจำนวนหมวดและชื่อบัญชีให้เหมาะกับรายได้ ภาระ และเป้าหมายของตัวเองได้
ควรแบ่งเงินตามเปอร์เซ็นต์เดียวกับในคลิปหรือไม่?
ไม่ควรคัดลอกโดยไม่ดูบริบท เพราะผู้ให้สัมภาษณ์เล่าว่าสัดส่วนของตัวเองเปลี่ยนตามช่วงเวลา และ transcript ที่ใช้มีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ ให้ใช้เป็นตัวอย่างเรื่องการแยกเป้าหมาย แล้วคำนวณจากรายได้และรายจ่ายจริงของตน
วิธีนี้เป็นคำแนะนำลงทุนหรือไม่?
ไม่ใช่ บทความนี้สรุปประสบการณ์การแบ่งเงินตามเป้าหมาย ไม่ได้แนะนำสินทรัพย์ ผลิตภัณฑ์ หรือสัดส่วนพอร์ตลงทุน
แหล่งข้อมูล
- บทสัมภาษณ์ NEW GEN INVESTOR EP.13: ก๊อต จิรายุ จากหนี้ท่วมสู่การเก็บ 6 บัญชี — ใช้ข้อความ transcript ที่บันทึกไว้ในไฟล์ประกอบงาน; ไม่ได้ตรวจเสียงหรือความครบถ้วนของ transcript
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: การวางแผนการเงิน — แนวทางทั่วไปเรื่องการบันทึกรายรับรายจ่าย เป้าหมายออมและลงทุน และการคำนึงถึงสภาพคล่องกับความเสี่ยง