ในคลิป “Don’t focus on my output. Focus on my input.” CK Cheong อธิบายว่าคนมีเวลาในแต่ละวันเท่ากัน แต่สิ่งที่เลือกใช้เวลารับชมและศึกษาไม่เหมือนกัน เขายกตัวอย่างการใช้เวลาติดตามข่าวทั่วไป เทียบกับการอ่านรายงานผลประกอบการและข้อมูลเศรษฐกิจ เพื่อชวนคิดว่า input ที่เราเลือกมีส่วนกำหนดสิ่งที่เราเรียนรู้และสร้างออกมาอย่างไร
ที่มาของบทความ: เรียบเรียงจากข้อความ transcript ที่บันทึกไว้ในไฟล์ [10_00-11_00]CK Cheong.xlsx แผ่น Videos!D19 จำนวน 1,514 ตัวอักษร คลิปมีตัวอย่างข่าวตลาดในช่วงเวลาที่บันทึก แต่บทความนี้ไม่ยืนยันข้ออ้างเรื่องราคาหุ้นหรือสาเหตุที่ตลาดเคลื่อนไหว และไม่ได้ตรวจเสียงเทียบกับ transcript ดู คลิปต้นฉบับจากช่อง CK Cheong
Input และ Output ในคลิปหมายถึงอะไร
ในกรอบคิดของผู้พูด input คือข้อมูล ประสบการณ์ หรือสิ่งที่เราเลือกใช้เวลาเรียนรู้ ส่วน output คือสิ่งที่แสดงออกมาจากความรู้เหล่านั้น เช่น การอธิบายเรื่องหนึ่งได้ การตัดสินใจทำงาน หรือผลงานที่เราสร้างขึ้น ประเด็นหลักของคลิปจึงไม่ใช่การทำงานทุกนาที แต่เป็นการสังเกตว่าเวลาที่มีถูกใช้ไปกับอะไร และสิ่งนั้นเชื่อมกับเป้าหมายของเราหรือไม่
ตัวอย่างเรื่องการติดตามข่าวและรายงานบริษัทเป็นมุมมองส่วนตัวของ CK Cheong ในคลิป ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าการอ่านรายงานหุ้นจะทำให้ทุกคนเก่งขึ้นหรือประสบความสำเร็จ และไม่ใช่คำแนะนำให้ลงทุนตามข้อมูลที่ผู้พูดกล่าวถึง
ลองสำรวจ input ของตัวเองก่อน
เริ่มจากเลือกเป้าหมายหนึ่งอย่างที่อยากพัฒนา เช่น เขียนงานให้ชัดขึ้น เรียนทักษะใหม่ หรือเข้าใจเรื่องการเงินส่วนบุคคล แล้วจดกิจกรรมที่ใช้เวลาในหนึ่งสัปดาห์ คำถามต่อไปนี้ช่วยแยกได้ว่าแต่ละกิจกรรมให้ผลลัพธ์แบบใด:
- ดูหรืออ่านข่าว: หลังจากรับข้อมูลแล้ว เราเข้าใจประเด็นหรือแค่จำพาดหัวได้?
- เรียนเนื้อหา: เราอธิบายสิ่งที่เรียนด้วยคำของตัวเองได้หรือยัง?
- ค้นคว้า: ข้อมูลนั้นช่วยตอบคำถามหรือประกอบการตัดสินใจเรื่องใด?
- ฝึกทำ: มีชิ้นงาน แบบฝึก หรือทักษะส่วนไหนที่เห็นความคืบหน้า?
ไม่จำเป็นต้องตัดความบันเทิงหรือข่าวออกทั้งหมด การพักผ่อนและการติดตามเหตุการณ์อาจมีคุณค่าในบริบทของแต่ละคน จุดประสงค์คือเห็นรูปแบบการใช้เวลาให้ชัดขึ้น แล้วเลือกปรับอย่างตั้งใจ
เปลี่ยนแนวคิดให้เป็นการทดลองหนึ่งสัปดาห์
- กำหนด output ที่อยากเห็น: เขียนให้จับต้องได้ เช่น สรุปหนังสือหนึ่งหน้า ทำแบบฝึกให้ครบ หรือสร้างตัวอย่างงานหนึ่งชิ้น
- จด input โดยไม่ตัดสิน: บันทึกประเภทกิจกรรมและเวลาคร่าว ๆ เช่น ข่าว วิดีโอ บทเรียน การอ่านเอกสาร หรือการฝึกปฏิบัติ
- เลือกหนึ่งช่วงเวลามาปรับ: หากพบว่ามีเนื้อหาบางประเภทใช้เวลามากแต่ไม่เกี่ยวกับเป้าหมาย ลองแบ่งเวลาเพียงช่วงเล็ก ๆ ไปให้การเรียนหรือการลงมือทำ
- ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น: ปลายสัปดาห์ดูว่ามีความเข้าใจหรือผลงานอะไรเกิดขึ้น และสิ่งใดควรปรับในสัปดาห์ถัดไป
การทดลองนี้ใช้เพื่อสังเกตพฤติกรรมของตัวเอง ไม่ใช่สูตรรับประกันผลลัพธ์ ทุกคนมีภาระงาน ความสนใจ และเวลาว่างต่างกัน จึงควรปรับให้เหมาะกับชีวิตจริง
ข้อควรระวังเมื่อนำแนวคิดไปใช้
การให้ความสำคัญกับ input ไม่ได้แปลว่าต้องบริโภคข้อมูลตลอดเวลา การพักผ่อน ความสัมพันธ์ และกิจกรรมที่ทำเพื่อความสุขไม่จำเป็นต้องสร้างผลงานเป็นชิ้นจึงจะมีความหมาย อีกทั้งข้อมูลจำนวนมากไม่ได้ทำให้เข้าใจมากขึ้นโดยอัตโนมัติ การเลือกแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวกับเป้าหมาย ตรวจสอบที่มา และลงมือใช้สิ่งที่เรียน อาจเหมาะกว่าการเพิ่มชั่วโมงรับชมเพียงอย่างเดียว
ส่วนตัวอย่างเรื่องตลาดหุ้นและบริษัทในคลิปเป็นบริบท ณ เวลาที่ผู้พูดบันทึก ไม่ควรนำไปใช้แทนข้อมูลตลาดล่าสุดหรือคำแนะนำลงทุน หากต้องตัดสินใจทางการเงิน ควรตรวจข้อมูลปัจจุบันจากเอกสารของบริษัท หน่วยงานกำกับ หรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
สรุป
ใจความของคลิปคือหันกลับมาดูสิ่งที่เราเลือกใช้เวลาเรียนรู้ แทนการมองเฉพาะผลลัพธ์ของคนอื่น ลองระบุผลงานที่อยากสร้าง บันทึก input ของตัวเอง และทดลองปรับกิจกรรมเล็ก ๆ หนึ่งอย่าง จากนั้นทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดหวังว่ามีสูตรเดียวใช้ได้กับทุกคน