Tag: การจัดการความเครียด

  • 6 เคล็ดลับสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย กับคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic

    6 เคล็ดลับสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย กับคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic

    6 เคล็ดลับสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย กับคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic สุขภาพที่ดีคือรากฐานสำคัญของชีวิต การมีร่างกายที่แข็งแรง เปรียบเสมือนการมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง ช่วยให้เราสามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้ 6 เคล็ดลับสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกาย จากคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic ที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เคล็ดลับการนอนหลับพักผ่อน การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่าการนอนหลับมีผลต่อสุขภาพของเราอย่างมาก การนอนหลับที่ดีจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง การนอนหลับพักผ่อน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของเรา การนอนหลับที่ดีจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นอนก่อน 22:00 น. นอนหลับ 8-9 ชั่วโมง เพิ่ม Growth Hormone ลดโอกาสการติดเชื้อ การนอนหลับให้ได้คุณภาพนั้น เริ่มต้นจากการเข้านอนให้เป็นเวลา การนอนหลับก่อน 22:00 น. จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และยังช่วยให้ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย การนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 8-9 ชั่วโมงต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และลดโอกาสในการเจ็บป่วย เคล็ดลับการออกกำลังกาย…

  • วิธีเป็นนายเหนือความรู้สึกวิตกกังวล | Have a nice day! EP45 โดย นิ้วกลม

    วิธีเป็นนายเหนือความรู้สึกวิตกกังวล | Have a nice day! EP45 โดย นิ้วกลม

    วิธีเป็นนายเหนือความรู้สึกวิตกกังวล สวัสดีครับคุณกำลังฟัง Have a nice day! EP45 โดย นิ้วกลม วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเรื่องความวิตกกังวล ซึ่งเป็นความรู้สึกที่หลายคนคุ้นเคยกันดีในยุคปัจจุบัน ความวิตกกังวลไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การทำความเข้าใจและจัดการกับมันอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจะมาสำรวจความหมาย ที่มา และวิธีรับมือกับความวิตกกังวล เพื่อให้คุณสามารถเป็นนายเหนือความรู้สึกของตัวเองได้ ความวิตกกังวลคืออะไร? ความวิตกกังวลคืออะไร? ความวิตกกังวลคือความรู้สึกกลัวว่าจะถูกทำร้ายหรือสูญเสียบางสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ความสัมพันธ์ หรือสถานการณ์ต่างๆ ความรู้สึกนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ความวิตกกังวลในระดับที่พอเหมาะสามารถช่วยให้เราเตรียมพร้อมและระมัดระวังตัว แต่ถ้ามากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต ความหมายของความวิตกกังวล ความวิตกกังวลคือความรู้สึกกลัว กังวลใจ หรือไม่สบายใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่ากำลังเผชิญกับภัยคุกคาม หรือสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ความวิตกกังวลในยุคสมัยใหม่ ในยุคปัจจุบัน ความวิตกกังวลดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ข้อมูลข่าวสารท่วมท้น และความไม่แน่นอนในชีวิตมีมากขึ้น ความวิตกกังวลกับการปกป้องตัวเอง ความวิตกกังวลในระดับหนึ่งเป็นสิ่งจำเป็น เพราะช่วยให้เราตระหนักถึงอันตรายและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ เช่น ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการสอบ ทำให้เราอ่านหนังสือและเตรียมตัวให้พร้อม ทำไมเราถึงวิตกกังวล? ความวิตกกังวลเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ความวิตกกังวลอาจเกิดจากความไม่แน่นอนในชีวิต การเปลี่ยนแปลงของโลก หรือประสบการณ์ในอดีต ความวิตกกังวลกับการปกป้องตัวเอง…

  • ฮอร์โมนความเครียด: เรื่องที่คุณต้องรู้ พร้อมวิธีจัดการ | การงง การเงิน

    ฮอร์โมนความเครียด: เรื่องที่คุณต้องรู้ พร้อมวิธีจัดการ | การงง การเงิน

    ฮอร์โมนความเครียด: สิ่งที่คุณต้องรู้ ความเครียดเป็นสิ่งที่หลายคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน แต่ความเครียดนั้นจับต้องได้จริงหรือไม่? ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้เราสามารถทำความเข้าใจความเครียดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเรื่องราวของ #ฮอร์โมนความเครียด ที่ควรต้องรู้ พร้อมข้อมูลจากคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic เพื่อให้คุณเข้าใจและจัดการกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเครียด: สิ่งที่จับต้องได้? ในอดีตความเครียดอาจถูกมองว่าเป็นเพียงความรู้สึกที่ไม่สามารถวัดผลได้ แต่ในปัจจุบันเรามีวิธีการตรวจวัดความเครียดที่แม่นยำมากขึ้น การตรวจเลือดเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยบ่งบอกถึงสภาวะความเครียดในร่างกายของเราได้ อวัยวะที่ควบคุมความเครียด ร่างกายของเรามีอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมความเครียด นั่นคือ สมองและต่อมหมวกไต ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ความเครียดส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนหลายชนิด โดยมีฮอร์โมนสำคัญ 2 ตัวที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ Cortisol และ DHEA การตรวจวัดความเครียด การตรวจวัดความเครียดเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำความเข้าใจสภาวะร่างกายของเรา ปัจจุบันมีวิธีการตรวจวัดที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือการตรวจเลือด การตรวจเลือดเพื่อบ่งบอกสภาวะความเครียด การตรวจเลือดสามารถช่วยบ่งบอกถึงระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น Cortisol และ DHEA ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินระดับความเครียดและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม สมองและต่อมหมวกไต สมองและต่อมหมวกไตเป็นสองอวัยวะหลักที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความเครียด สมอง สมองทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลและส่งสัญญาณไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อตอบสนองต่อความเครียด ต่อมหมวกไต ต่อมหมวกไตเป็นต่อมไร้ท่อที่อยู่เหนือไต ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลายชนิด รวมถึงฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด Cortisol: ฮอร์โมนความเครียด Cortisol เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมหมวกไต…

  • ความเครียดสะสม ส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง? ไขความลับสุขภาพ

    ความเครียดสะสม ส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง? ไขความลับสุขภาพ

    ความเครียดสะสม ส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง? ในยุคปัจจุบันที่ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจว่า “ความเครียดสะสม ส่งผลต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง?” จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความเครียดไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงจิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพกายของเราในหลาย ๆ ด้านอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจถึงผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดจากความเครียดสะสม พร้อมเจาะลึกถึงกลไกการทำงานของร่างกายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเครียด และดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น ผลกระทบของฮอร์โมนคอร์ติซอลต่อร่างกาย ฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฮอร์โมนแห่งความเครียด” เป็นฮอร์โมนที่ถูกผลิตขึ้นโดยต่อมหมวกไต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองต่อความเครียดในร่างกาย เมื่อร่างกายเผชิญกับความเครียด ไม่ว่าจะเป็นความเครียดทางกายภาพ จิตใจ หรืออารมณ์ ต่อมหมวกไตจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาเพื่อเตรียมพร้อมร่างกายให้รับมือกับสถานการณ์นั้น ๆ อย่างไรก็ตาม หากร่างกายต้องเผชิญกับความเครียดเป็นระยะเวลานาน หรือมีความเครียดสะสม ฮอร์โมนคอร์ติซอลก็จะถูกหลั่งออกมาในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว สัญญาณจากฮอร์โมนคอร์ติซอลส่งผลต่อสมอง เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลถูกหลั่งออกมาในปริมาณที่สูงเป็นเวลานาน สัญญาณจะถูกส่งผ่านไปยังสมอง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น ความจำไม่ดี สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล นอกจากนี้ ฮอร์โมนคอร์ติซอลยังส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดความผิดปกติในการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิท ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม การเกิดสารอนุมูลอิสระ ความเครียดทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ หรือที่เรียกว่า “ฟรีแรดิคัล”…

  • จ้าวลู่ซือ ป่วยเป็นอะไร? วิเคราะห์อาการพูดไม่ได้ เดินไม่ได้ #zhaolusi

    จ้าวลู่ซือ ป่วยเป็นอะไร? วิเคราะห์อาการพูดไม่ได้ เดินไม่ได้ #zhaolusi

    จ้าวลู่ซือ พูดไม่ได้ เดินไม่ได้ ป่วยเป็นอะไร? วิเคราะห์อาการและแนวทางการรักษา ข่าวการป่วยของนักแสดงสาวชาวจีนชื่อดัง จ้าวลู่ซือ สร้างความตกใจให้กับแฟนคลับเป็นอย่างมาก เมื่อเธอมีอาการผิดปกติทางร่างกายอย่างไม่คาดฝัน นั่นคือ ไม่สามารถพูดได้และเดินไม่ได้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าเธอป่วยเป็นอะไรกันแน่? บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงอาการป่วยของจ้าวลู่ซือ สาเหตุที่เป็นไปได้ รวมถึงแนวทางการรักษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด #zhaolusi ต้นตอของอาการป่วย: ความเครียดและการทำงานหนัก ต้นตอของอาการป่วยของจ้าวลู่ซืออาจมีหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งคือความเครียดสะสมและการทำงานหนัก ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดและการป่วย ความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต การทำงานหนักภายใต้ความกดดันเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ รวมถึงอาการป่วยที่จ้าวลู่ซือประสบ ประสบการณ์การทำงานหนักของจ้าวลู่ซือ จ้าวลู่ซือเป็นนักแสดงที่ทุ่มเทให้กับงานอย่างมาก เธอทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้ร่างกายและจิตใจของเธอต้องเผชิญกับความเครียดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาการป่วยของจ้าวลู่ซือ: พูดไม่ได้และเดินไม่ได้ อาการป่วยที่เด่นชัดของจ้าวลู่ซือคือการไม่สามารถพูดได้และเดินไม่ได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานของเธออย่างมาก อาการทางกายภาพ: การพูดไม่ได้และการเดินไม่ได้ อาการพูดไม่ได้อาจหมายถึงการไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ หรืออาจมีปัญหาในการสื่อสารด้วยคำพูด ส่วนอาการเดินไม่ได้อาจเกิดจากความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ หรือปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมการเคลื่อนไหว อาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น นอกจากอาการหลักแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการปวดศีรษะ เวียนหัว หรือปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น การวินิจฉัยเบื้องต้น: ความผิดปกติทางระบบประสาท (FND) จากการวิเคราะห์เบื้องต้น อาการป่วยของจ้าวลู่ซืออาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางระบบประสาท (Functional Neurological…

  • สร้างสุขภาพดี ด้วย 5 เคล็ดลับการปรับพฤติกรรม กับคุณหมอแอมป์

    สร้างสุขภาพดี ด้วย 5 เคล็ดลับการปรับพฤติกรรม กับคุณหมอแอมป์

    5 เคล็ดลับสร้างสุขภาพดีด้วยการปรับพฤติกรรม การมีสุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่ตนเองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการใช้จ่ายเงินทองมากมายเพื่อซื้ออาหารเสริมราคาแพง หรือการเข้าคอร์สออกกำลังกายสุดหรูเสมอไป บางครั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ในชีวิตประจำวันก็สามารถนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อย่างน่าประหลาดใจ ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้ 5 เคล็ดลับง่ายๆ ในการ สร้าง #สุขภาพดี ด้วย 5 เคล็ดลับการปรับพฤติกรรม กับคุณหมอแอมป์ ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้จริง 1. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ร่างกายของเราต้องการเวลาในการพักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน การนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายๆ ด้าน เช่น ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ และส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจ นอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน คุณหมอแอมป์แนะนำว่าการนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพที่ดี การนอนหลับในระยะเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ควรนอนเกิน 4 ทุ่ม นอกจากการนอนหลับให้เพียงพอแล้ว เวลาในการเข้านอนก็มีความสำคัญเช่นกัน คุณหมอแอมป์แนะนำว่าไม่ควรเข้านอนเกิน 4 ทุ่ม เนื่องจากช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย การเข้านอนเร็วจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากการพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดี การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย…

  • เลิกด่วน! พฤติกรรมแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งอ้วนกับหมอแอมป์ | การงง การเงิน

    เลิกด่วน! พฤติกรรมแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งอ้วนกับหมอแอมป์ | การงง การเงิน

    เลิกด่วน! พฤติกรรมแบบนี้ ยิ่งทำยิ่งอ้วนกับหมอแอมป์ โรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย สาเหตุของโรคอ้วนนั้นมีหลากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสภาพแวดล้อมรอบตัว แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือพฤติกรรมที่เราทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เรามีน้ำหนักเกินและเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงพฤติกรรมที่นำไปสู่โรคอ้วน พร้อมทั้งวิธีแก้ไขและป้องกัน เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่ดีและรูปร่างที่สมส่วน พฤติกรรมที่นำไปสู่โรคอ้วน การทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่เราจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นและหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ตามมาได้ พฤติกรรมเหล่านี้มักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเราโดยที่เราอาจไม่ทันสังเกตเห็น การนอนน้อย การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการนอนหลับที่ไม่ดีกับโรคอ้วน เมื่อเรานอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหารผิดปกติ ทำให้เรารู้สึกหิวบ่อยขึ้น และมีความต้องการอาหารประเภทที่มีแคลอรี่สูง เช่น อาหารที่มีรสหวาน มัน หรือเค็ม การนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็นถึง 300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากพอที่จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การนอนหลับที่ไม่เพียงพอยังส่งผลต่อการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง การออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาสุขภาพที่ดีและควบคุมน้ำหนัก การไม่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายในปริมาณที่ไม่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โรคอ้วน เมื่อเราไม่ออกกำลังกาย ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง ทำให้พลังงานส่วนเกินถูกสะสมในรูปของไขมัน การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์…

  • วิจัย Harvard: สมาธิเปลี่ยนสมองและซ่อม DNA ได้จริง? #นะโมพุทธายะ

    วิจัย Harvard: สมาธิเปลี่ยนสมองและซ่อม DNA ได้จริง? #นะโมพุทธายะ

    วิจัย Harvard สมาธิเปลี่ยนโครงสร้างสมองและซ่อม DNA ได้จริง? I #นะโมพุทธายะ คุณเคยหยุดฟังเสียงในหัวตัวเองจริงๆบ้างไหมครับ? ไม่ใช่เสียงความคิดที่บอกว่าเย็นนี้จะกินอะไร หรือพรุ่งนี้ต้องส่งงานใคร แต่เป็นเสียงที่ลึกกว่านั้น เสียงรบกวนที่ดังๆ อยู่ตลอดเวลา เหมือนเครื่องจักรที่ไม่เคยถูกบิดสวิตช์ มีสถิติที่น่าตกใจอยู่เรื่องหนึ่งครับ ในยุคปัจจุบัน มนุษย์เรากำลังเผชิญกับวิกฤตทางจิตวิญญาณและทางชีวภาพที่เงียบเชียบที่สุด แต่รุนแรงที่สุด เรามีโรคทางสมองที่เกิดจากความเครียดพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรามีความวิตกกังวล มีภาวะซึมเศร้า และมีความจำเสื่อมที่เริ่มเกิดขึ้นในคนที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ราวกับว่าสมองของพวกเรากำลังถูกกัดกินจากอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น วิกฤตทางจิตวิญญาณและชีวภาพ ผมเชื่อว่าหลายท่านที่กำลังฟังอยู่ตอนนี้ อาจจะกำลังรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่ใช่ความเหนื่อยที่เกิดจากการยกของหนัก แต่เป็นความเหนื่อยที่นอนหลับเท่าไหร่ก็ไม่หาย เหมือนแบตเตอรี่ที่ชาร์จไม่เคยเต็ม สำหรับผม ช่วงเวลาที่แย่ที่สุดคือตอนที่ตื่นนอนแล้วรู้สึกว่าอยากจะหลับต่ออีกสัก 100 ปี ไม่รู้ว่ามีใครเคยเจอโมเมนต์แบบนี้บ้างหรือเปล่า ที่ความเหนื่อยมันไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย แต่มันฝังอยู่ในความรู้สึก ยาอายุวัฒนะที่ซ่อนอยู่ในลมหายใจ แล้วถ้าผมบอกคุณว่ายาอายุวัฒนะที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ในห้องแล็บที่ซับซ้อน ไม่ได้อยู่ในขวดยาที่ราคาแพงระยิบ แต่มันซ่อนอยู่ในสิ่งที่คุณทำอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณลืมตาดูโลก นั่นคือลมหายใจของคุณ และนี่ไม่ใช่เรื่องเล่าปรัมปราหรือความเชื่อทางศาสนาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะวันนี้ผมจะพาคุณเดินทางไปยังเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ เข้าสู่ห้องแล็บของมหาวิทยาลัย Harvard ที่ซึ่งวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบความจริงที่สั่นสะเทือนวงการแพทย์ พวกเขาพบว่าการฝึกจิต หรือการทำสมาธิ สามารถเปลี่ยนโครงสร้างทางกายภาพของสมอง และลึกลงไปถึงระดับ DNA ของคุณได้จริง การเดินทางของเราในครั้งนี้จะกินเวลายาวนานพอสมควรครับ เราจะค่อยๆ…

  • สร้างเกราะป้องกัน COVID-19 เสริมภูมิคุ้มกันกับ หมอแอมป์

    สร้างเกราะป้องกัน COVID-19 เสริมภูมิคุ้มกันกับ หมอแอมป์

    สร้างเกราะ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันสุขภาพ กับ หมอแอมป์ ในช่วงเวลาที่ไวรัส COVID-19 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง การดูแลสุขภาพและสร้างเกราะป้องกันตนเองให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หมอแอมป์ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันตนเองจากไวรัสร้ายนี้ โดยเน้นย้ำถึงวิธีการป้องกันทั้งจากภายนอกและภายใน เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีขึ้น บทความนี้จะนำเสนอแนวทางและเคล็ดลับจาก หมอแอมป์ เพื่อช่วยให้คุณสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน วิธีป้องกันตัวเองจากไวรัส COVID-19 การป้องกันตัวเองจากไวรัส COVID-19 เป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ การป้องกันนี้สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ การป้องกันจากภายนอกและการป้องกันจากภายใน ซึ่งทั้งสองส่วนมีความสำคัญเท่าเทียมกันในการช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม การป้องกันจากภายนอก การป้องกันจากภายนอกมุ่งเน้นไปที่การลดโอกาสในการสัมผัสเชื้อไวรัสโดยตรง ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปกป้องตนเองและผู้อื่น การป้องกันจากภายนอก: วิธีการ หลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคโดยตรง รับประทานอาหารร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา (Goggles) ใช้ Face Shield หรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) การหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หมอแอมป์แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของสาธารณะที่ไม่จำเป็น และรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด การรับประทานอาหารร้อนเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เนื่องจากไวรัส COVID-19 ไม่ทนต่อความร้อน หมอแอมป์แนะนำให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ…

  • ปลดล็อกความเครียดด้วย Let Them: ปล่อยเขา สไตล์นิ้วกลม

    ปลดล็อกความเครียดด้วย Let Them: ปล่อยเขา สไตล์นิ้วกลม

    ปลดล็อกความเครียดเป็นปลิดทิ้ง ด้วยวิธี Let Them “ปล่อยเขา” / HND! นิ้วกลม สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องราวที่หลายคนอาจกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือความเครียด และวิธีจัดการกับมันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ “Let Them” ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงเวลานี้ ผมจะนำเสนอแนวคิดจากหนังสือเล่มนี้ในมุมมองของผม พร้อมสอดแทรกข้อคิดและประสบการณ์ส่วนตัว เพื่อให้คุณผู้อ่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด อะไรที่ทำให้เราเครียด ในโลกที่เราอยู่ทุกวันนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถทำให้เราเกิดความเครียดได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การทำงาน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความเครียดเหล่านี้มักจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเรา ทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขเต็มที่ ความเครียดเกิดจากสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ความเครียดมักจะมาจากสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของผู้อื่น สถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน หรือแม้แต่ความคิดเห็นของคนรอบข้าง การที่เราพยายามควบคุมสิ่งเหล่านี้มากเกินไป อาจนำไปสู่ความรู้สึกผิดหวัง ท้อแท้ และความเครียดสะสม วิธีคิดและวิธีกระทำเพื่อลดความเครียด การจัดการกับความเครียดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เราสามารถเรียนรู้วิธีคิดและวิธีกระทำที่จะช่วยลดความเครียดลงได้ หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพคือการทำความเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ Let Them กับ Let Me: สองคำที่เปลี่ยนชีวิต หนังสือ “Let Them” ได้นำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจในการจัดการกับความเครียด โดยแบ่งออกเป็นสองคำหลักๆ คือ “Let…