ขอคืนภาษีกี่วัน? ต้องส่งเอกสารไหม? ได้เงินคืนทางไหน?

ขอคืนภาษีกี่วันถึงได้เงินคืน ? ต้องส่งเอกสารไหม ? ทำไงถึงได้เงินคืนไว ? สรรพากรคืนเงินเราทางไหน ?

การยื่นภาษีประจำปีเป็นหน้าที่สำคัญของคนไทยทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และสิ่งหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจคือ “การขอคืนภาษี” เพราะหากเรามีสิทธิได้รับเงินคืน ก็ย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี แต่คำถามยอดฮิตที่มักจะตามมาคือ “ขอคืนภาษีกี่วันถึงจะได้เงินคืน?” “ต้องส่งเอกสารอะไรบ้าง?” “ทำอย่างไรถึงจะได้เงินคืนไว?” บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจเหล่านี้ พร้อมแนะนำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขอคืนภาษี เพื่อให้คุณได้รับเงินคืนภาษีได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ตรวจสอบสถานะการยื่นภาษีผ่าน My Tax Account

เมื่อยื่นภาษีเรียบร้อยแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจสอบสถานะการยื่นภาษีผ่านระบบ My Tax Account ซึ่งเป็นช่องทางที่กรมสรรพากรมอบให้ผู้เสียภาษีสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการยื่นภาษีของตนเองได้

การเข้าสู่ระบบ My Tax Account

การเข้าสู่ระบบ My Tax Account ทำได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร และล็อกอินด้วย Username และ Password ที่ได้ลงทะเบียนไว้

การติดตามสถานะการขอคืนภาษี

หลังจากล็อกอินเข้าสู่ระบบ My Tax Account คุณจะสามารถติดตามสถานะการขอคืนภาษีได้ โดยระบบจะแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น สถานะการยื่นแบบ, การนำส่งเอกสาร (ถ้ามี), และสถานะการคืนเงิน

กรณีที่ไม่มีการขอคืนภาษี

สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีการขอคืนภาษี หรือมีการจ่ายภาษีเพิ่มเติม ระบบจะแสดงสถานะว่า “แบบของท่านไม่ใช่การขอคืนภาษี” ซึ่งหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องรอการคืนเงินภาษี

การนำส่งเอกสาร: จำเป็นหรือไม่?

คำถามยอดฮิตอีกข้อหนึ่งคือ “ต้องส่งเอกสารไหม?” คำตอบคือ “ไม่จำเป็นเสมอไป” การนำส่งเอกสารในการยื่นภาษีนั้นไม่ได้เป็นข้อบังคับเสมอไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเงื่อนไขต่างๆ

ความจำเป็นในการนำส่งเอกสาร

โดยหลักการแล้ว การยื่นภาษีคือการที่เราประเมินรายได้และภาษีของตนเองแล้วยื่นแบบแสดงรายการภาษี หากสรรพากรตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ก็จะมีการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอเอกสารประกอบการพิจารณา

การนำส่งเอกสารก่อนสรรพากรขอ

สำหรับผู้ที่ต้องการให้กระบวนการขอคืนภาษีเป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถเลือกนำส่งเอกสารประกอบการพิจารณาไปพร้อมกับการยื่นแบบได้เลย แม้ว่าสรรพากรจะยังไม่ได้ร้องขอ

ข้อดีของการนำส่งเอกสารก่อน

การนำส่งเอกสารก่อนมีข้อดีคือ ช่วยให้กระบวนการพิจารณาเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ขอคืนภาษี เพราะสรรพากรอาจพิจารณาเอกสารที่คุณส่งมาได้ทันที ทำให้คุณได้รับเงินคืนภาษีเร็วขึ้น

ระยะเวลาในการคืนภาษี

ระยะเวลาในการคืนภาษีเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ผู้เสียภาษีให้ความสำคัญ โดยทั่วไปแล้ว กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการคืนภาษีไว้ดังนี้

ระยะเวลาตามกฎหมาย: 3 เดือน

ตามกฎหมายแล้ว กรมสรรพากรมีระยะเวลาในการคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ได้รับแบบแสดงรายการภาษี หรือวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน (ในกรณีที่มีการขอเอกสารเพิ่มเติม)

ผลกระทบจากการขอเอกสารเพิ่มเติม

หากสรรพากรมีการขอเอกสารเพิ่มเติม ระยะเวลาในการคืนภาษีจะถูกขยายออกไป เนื่องจากระยะเวลา 3 เดือนจะเริ่มนับใหม่จากวันที่สรรพากรได้รับเอกสารครบถ้วน

การเตรียมเอกสารให้พร้อม

เพื่อให้ได้รับเงินคืนภาษีอย่างรวดเร็ว ผู้เสียภาษีควรเตรียมเอกสารให้พร้อม และนำส่งให้ครบถ้วนตามที่สรรพากรต้องการ

เอกสารที่ต้องนำส่ง

เอกสารที่ต้องนำส่งในการขอคืนภาษีมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ ค่าลดหย่อน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ที่ผู้เสียภาษีได้รับ

ข้อมูลที่สรรพากรมีอยู่แล้ว

ข้อมูลบางอย่างที่สรรพากรมีอยู่แล้ว เช่น ข้อมูลรายได้จากนายจ้าง (50 ทวิ) ผู้เสียภาษีไม่จำเป็นต้องนำส่งซ้ำ

เอกสารที่อาจต้องนำส่งเพิ่มเติม

เอกสารที่อาจต้องนำส่งเพิ่มเติม ได้แก่ เอกสารแสดงรายได้อื่นๆ, เอกสารประกอบการใช้สิทธิลดหย่อนต่างๆ เช่น ค่าลดหย่อนบุตร, ค่าลดหย่อนบิดามารดา, ค่าเบี้ยประกัน, ค่าซื้อกองทุนรวม, และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเอกสารที่อาจถูกขอ

ตัวอย่างเอกสารที่อาจถูกขอ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกัน, หนังสือรับรองการซื้อกองทุนรวม, ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล, และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับค่าลดหย่อนต่างๆ

ช่องทางการคืนเงินภาษี

กรมสรรพากรมีช่องทางในการคืนเงินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีหลายช่องทาง

การคืนเงินผ่านพร้อมเพย์

การผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดในการรับเงินคืนภาษี เนื่องจากเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีโดยตรง

การคืนเงินผ่านธนาคาร (ค.21)

หากไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ กรมสรรพากรจะส่งหนังสือแจ้งคืนเงินภาษี (ค.21) ให้แก่ผู้เสียภาษี ซึ่งผู้เสียภาษีจะต้องนำหนังสือฉบับนี้ไปติดต่อธนาคารเพื่อรับเงินคืน

ข้อดีของการผูกพร้อมเพย์

การผูกพร้อมเพย์มีข้อดีคือ ช่วยให้ได้รับเงินคืนภาษีเร็วขึ้น และลดความยุ่งยากในการติดต่อธนาคาร

สรุป

การขอคืนภาษีเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความเข้าใจในเรื่องของเอกสาร ระยะเวลา และช่องทางการรับเงินคืน เพื่อให้คุณได้รับเงินคืนภาษีได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

  • ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง: ตรวจสอบข้อมูลในแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนยื่น
  • นำส่งเอกสารให้ครบถ้วน: เตรียมเอกสารให้พร้อม และนำส่งให้ครบถ้วนตามที่สรรพากรต้องการ
  • ผูกพร้อมเพย์: ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน เพื่อรับเงินคืนภาษีได้รวดเร็วขึ้น
  • ยื่นภาษีให้เร็ว: ยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้มีโอกาสได้รับเงินคืนภาษีก่อน

หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการขอคืนภาษี หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้จากกรมสรรพากร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี


💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์


👉 แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี


หรือสแกน QR เพื่อแอด

QR Code Line