[Highlight] สรุป 5 ข้อต้องรู้ ก่อนใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568 | ลดหน่อยภาษี LIVE
โครงการ Easy E-receipt 2568 เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจสำหรับผู้เสียภาษี ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถนำค่าใช้จ่ายบางประเภทมาลดหย่อนภาษีได้ แต่เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับประโยชน์สูงสุด เรามาทำความเข้าใจ 5 ข้อสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้สิทธิ์กัน
ระยะเวลา
สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือเรื่องของระยะเวลา เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568
ระยะเวลาการใช้สิทธิ์
โครงการนี้มีระยะเวลาในการใช้สิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น หมายความว่าค่าใช้จ่ายที่เรานำมาใช้ลดหย่อนภาษีจะต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้
วันที่ในเอกสาร
วันที่ในเอกสารที่ใช้ในการลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) จะต้องอยู่ในช่วงระยะเวลาที่กำหนด คือระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568
สิทธิ์ลดหย่อน
การใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568 จะเป็นการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับปีภาษี 2568 ซึ่งจะนำไปใช้ในการยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2569
จำนวนเงินลดหย่อน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ จำนวนเงินที่เราสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้
วงเงินลดหย่อน
วงเงินลดหย่อนสูงสุดสำหรับโครงการ Easy E-receipt 2568 คือ 50,000 บาท
แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
วงเงินลดหย่อน 50,000 บาทนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่:
- กลุ่มสินค้า/บริการทั่วไป: สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท
- กลุ่มสินค้า/บริการ OTOP, วิสาหกิจชุมชน, วิสาหกิจเพื่อสังคม: สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 50,000 บาท
สำหรับกลุ่ม OTOP, วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนและสามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ได้
เอกสารที่ใช้ได้
การใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568 กำหนดให้ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
ใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) และ ใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt)
เอกสารที่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ คือ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และ ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) เท่านั้น เอกสารในรูปแบบกระดาษไม่สามารถนำมาใช้ได้
ตรวจสอบผู้ขาย
ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ขายสามารถออกเอกสาร e-Tax ได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขสำคัญในการใช้สิทธิ์
ข้อมูลที่ต้องมีในเอกสาร
เอกสาร e-Tax ที่ถูกต้องจะต้องมีข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้:
- ชื่อ-นามสกุลของผู้ซื้อ
- ที่อยู่ของผู้ซื้อ
- เลขประจำตัวประชาชน หรือ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ
สินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้ได้
มีสินค้าและบริการบางประเภทที่ไม่สามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีภายใต้โครงการ Easy E-receipt 2568 ได้
สินค้าที่ไม่ร่วมรายการ
สินค้าที่ไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่:
- สุรา, เบียร์, ยาสูบ
- น้ำมัน, ก๊าซ
- บริการเติมพลังงานสำหรับรถยนต์
- รถยนต์, จักรยานยนต์
บริการที่ไม่ร่วมรายการ
บริการที่ไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่:
- ค่าสาธารณูปโภค (เช่น ค่าไฟฟ้า, ค่าน้ำประปา)
- บริการโทรศัพท์, บริการอินเทอร์เน็ต
- บริการที่ใช้เกินระยะเวลาที่กำหนด (เช่น ค่าสมาชิกฟิตเนสรายปี)
การตรวจสอบผู้ให้บริการ
เพื่อให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างถูกต้องและมั่นใจ ควรตรวจสอบผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ
ตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการ e-Tax กับสรรพากร
ตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่สามารถออกเอกสาร e-Tax ได้กับกรมสรรพากร เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการรายนั้นมีสิทธิ์ในการออกเอกสารที่ถูกต้อง
ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีสิทธิ์ออกใบกำกับภาษี/ใบรับ
ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีสิทธิ์ในการออกใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) หรือใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt) ที่ถูกต้อง
การทำความเข้าใจใน 5 ข้อสำคัญเหล่านี้ จะช่วยให้คุณสามารถใช้สิทธิ์ Easy E-receipt 2568 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับประโยชน์สูงสุดในการลดหย่อนภาษีประจำปี
💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
หรือสแกน QR เพื่อแอด

Leave a Reply