Category: การดูแลสุขภาพ

  • หมอญี่ปุ่นเผย! 5 โปรตีนลับสร้างกล้ามขา ป้องกันล้ม-ติดเตียง

    หมอญี่ปุ่นเผย! 5 โปรตีนลับสร้างกล้ามขา ป้องกันล้ม-ติดเตียง

    หมอญี่ปุ่นยัน! 5 โปรตีนลับสร้างกล้ามขา ป้องกันล้ม-ติดเตียง | สูงวัยใกล้หมอ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือการสูญเสียกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเคลื่อนไหวและการทรงตัว การมีกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงช่วยลดความเสี่ยงในการหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บและนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรงกว่า เช่น การติดเตียง การดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัย 40 ปีขึ้นไป บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อลดลงเมื่ออายุมากขึ้น พร้อมเผยเคล็ดลับจากหมอญี่ปุ่นเกี่ยวกับการเลือกโปรตีนที่เหมาะสม เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง ป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทำไมอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อถึงลดลง? เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ส่งผลต่อการสร้างและรักษากล้ามเนื้อ การทำความเข้าใจถึงปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ความต้านทานต่อการสร้างกล้ามเนื้อ (Anabolic Resistance) เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะเกิดภาวะที่เรียกว่า Anabolic Resistance หรือความต้านทานต่อการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งหมายความว่าร่างกายตอบสนองต่อสัญญาณที่ส่งเสริมการสร้างกล้ามเนื้อได้น้อยลง เช่น ฮอร์โมนและโปรตีน ทำให้การสร้างกล้ามเนื้อทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม ฮอร์โมนกับการสร้างกล้ามเนื้อ ฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อ ฮอร์โมนที่สำคัญ เช่น เทสโทสเตอโรนและโกรทฮอร์โมน จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการสร้างกล้ามเนื้อลดลงตามไปด้วย การอักเสบในร่างกาย ภาวะการอักเสบเรื้อรังในร่างกายที่เพิ่มขึ้นตามอายุ ก็มีส่วนทำให้กระบวนการสร้างกล้ามเนื้อผิดปกติไป กลไกภายในเซลล์ (Mor Pathway)…

  • รู้จัก PM 2.5 ภัยเงียบ! โรคร้ายที่ต้องระวัง #BDMSWellnessClinic

    รู้จัก PM 2.5 ภัยเงียบ! โรคร้ายที่ต้องระวัง #BDMSWellnessClinic

    รู้จักกับโรคร้ายจากฝุ่น PM 2.5 ภัยเงียบที่อันตรายกว่าที่คิด! ฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่ามันส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเรามากกว่าที่เราคิด! บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ PM 2.5 อย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นตอของปัญหา ผลกระทบต่อร่างกายและเด็กเล็ก รวมถึงวิธีรับมือและป้องกัน เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักปลอดภัยจากภัยเงียบนี้ พร้อมคำแนะนำจากคุณหมอแอมป์ #BDMSWellnessClinic PM 2.5 คืออะไร? PM 2.5 คืออนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร หรือมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์ถึง 25 เท่า! ด้วยขนาดที่เล็กจิ๋วนี้เอง ทำให้ PM 2.5 สามารถเดินทางเข้าสู่ร่างกายของเราได้อย่างง่ายดาย และก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว ขนาดของ PM 2.5 อย่างที่กล่าวไปข้างต้น PM 2.5 มีขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อนุภาคเหล่านี้ล่องลอยอยู่ในอากาศ และสามารถแพร่กระจายไปได้ไกล ทำให้เราหลีกเลี่ยงได้ยาก การเข้าสู่ร่างกาย PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปโดยตรง การสัมผัสทางผิวหนัง หรือการรับประทานอาหารที่มีฝุ่นปนเปื้อน เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว PM…

  • มัทฉะ ดียังไง ทำไมขาดตลาด: เจาะลึกชาเขียวผงยอดนิยม #matcha

    มัทฉะ ดียังไง ทำไมขาดตลาด: เจาะลึกชาเขียวผงยอดนิยม #matcha

    มัทฉะ ดียังไง ทำไมขาดตลาด ในยุคที่กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรง หนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามคงหนีไม่พ้น “มัทฉะ” ชาเขียวผงละเอียดจากญี่ปุ่น ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และคุณประโยชน์มากมาย ทำให้มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมมัทฉะถึงมีราคาสูงและหาซื้อยาก วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงเรื่องราวของมัทฉะ ตั้งแต่ความเป็นมา กระบวนการผลิต สารอาหารสำคัญ ไปจนถึงข้อดีข้อเสีย และเคล็ดลับการเลือกซื้อและชงมัทฉะให้ได้รสชาติอร่อยถูกปาก มัทฉะคืออะไร? มัทฉะ (Matcha) คือชาเขียวชนิดหนึ่งที่แตกต่างจากชาเขียวทั่วไปตรงที่มัทฉะทำมาจากใบชาเขียวที่นำมาบดเป็นผงละเอียด ทำให้เราสามารถดื่มกินใบชาได้โดยตรง ไม่เหมือนกับชาเขียวทั่วไปที่เราจะดื่มเฉพาะน้ำที่สกัดจากใบชาเท่านั้น ต้นกำเนิดของชา ชาที่เราคุ้นเคยกันนั้นมีต้นกำเนิดมาจากพืชชนิดเดียวกันคือ Camellia sinensis ซึ่งมี 2 สายพันธุ์หลักคือ Camellia sinensis var. sinensis (ชาจีน) และ Camellia sinensis var. assamica (ชาอัสสัม) ความแตกต่างของชาแต่ละชนิด เช่น ชาขาว ชาเหลือง ชาเขียว ชาแดง และชาดำ ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตและการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของใบชา ปฏิกิริยาออกซิเดชัน ปฏิกิริยาออกซิเดชันเป็นกระบวนการที่ทำให้ใบชาเปลี่ยนสีและรสชาติ หากใบชาสัมผัสกับอากาศและเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันมาก ใบชาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีดำ แต่ถ้าไม่มีปฏิกิริยาออกซิเดชันเกิดขึ้น ใบชาจะยังคงเป็นสีเขียวและกลายเป็นชาขาวหรือชาเขียว ความแตกต่างระหว่างชาเขียวและมัทฉะ…

  • ทำไมต้องสควอช? วัคซีนกันล้มที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ | สูงวัย ใกล้หมอ

    ทำไมต้องสควอช? วัคซีนกันล้มที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ | สูงวัย ใกล้หมอ

    ทำไมต้องสควอช? — วัคซีนกันล้ม ที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ | สูงวัย ใกล้หมอ การล้มในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่ร้ายแรง อาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงและสูญเสียคุณภาพชีวิต หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของกล้ามเนื้อขา แต่รู้หรือไม่ว่ากล้ามเนื้อขามีบทบาทสำคัญในการทรงตัวและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกายแบบสควอช (Squat) จึงเป็นเสมือน “วัคซีนกันล้ม” ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ลดความเสี่ยงในการล้ม และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ทำไมกล้ามเนื้อขาถึงสำคัญ? กล้ามเนื้อขาเป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ช่วยให้เราสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ยืน ลุกนั่ง หรือแม้แต่การทรงตัว กล้ามเนื้อขาสำคัญอย่างไร? กล้ามเนื้อขาทำหน้าที่หลักในการรองรับน้ำหนักตัว ช่วยในการเคลื่อนไหว และรักษาสมดุลของร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อขาแข็งแรง เราจะสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ลดความเสี่ยงในการหกล้ม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กล้ามเนื้อขาเริ่มสูญเสียเมื่อไหร่? การสูญเสียกล้ามเนื้อขาเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น โดยทั่วไปแล้ว กล้ามเนื้อขาจะเริ่มสูญเสียเมื่ออายุประมาณ 50 ปี สัญญาณเตือนว่ากล้ามเนื้อขากำลังหายไป มีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งบอกว่ากล้ามเนื้อขากำลังอ่อนแรงลง เช่น ลุกขึ้นจากเก้าอี้ยากขึ้น เดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยง่าย รู้สึกเมื่อยขาหลังจากเดินระยะทางสั้นๆ ทำไมสควอชถึงเป็นวัคซีนกันล้มที่ดีที่สุด? สควอชเป็นการออกกำลังกายที่เน้นการใช้กล้ามเนื้อขาและแกนกลางลำตัวหลายส่วนพร้อมกัน ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการล้ม กล้ามเนื้อที่ใช้ในการลุกนั่ง การลุกนั่งเป็นกิจกรรมที่เราทำในชีวิตประจำวัน และต้องอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน ได้แก่ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า:…

  • โรคอ้วน ภัยร้ายทำลายสุขภาพ ตอนที่ 2 กับหมอแอมป์ | BDMS Wellness Club

    โรคอ้วน ภัยร้ายทำลายสุขภาพ ตอนที่ 2 กับหมอแอมป์ | BDMS Wellness Club

    โรคอ้วน ภัยร้ายทำลายสุขภาพ ตอนที่ 2 กับหมอแอมป์ กลับมาพบกันอีกครั้งกับ BDMS Wellness Club และรายการดีๆ ที่จะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องสุขภาพ กับตอนที่ 2 ของโรคอ้วน ภัยร้ายที่หลายคนมองข้าม วันนี้เราจะมาพูดคุยกับคุณหมอแอมป์ถึงสาเหตุที่นำไปสู่โรคอ้วน รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อให้คุณผู้อ่านมีสุขภาพที่ดีและห่างไกลจากโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ สาเหตุที่นำไปสู่โรคอ้วน โรคอ้วนไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุ ปัจจัยหลายอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคนี้ ซึ่งคุณหมอแอมป์ได้อธิบายถึงสาเหตุหลักๆ ที่ควรทำความเข้าใจ เพื่อนำไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเอง การนอนหลับ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่หลายคนมองข้าม คุณหมอแอมป์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพและระยะเวลาที่เหมาะสม ความสำคัญของการนอนหลับ การนอนหลับคือช่วงเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเอง กระบวนการต่างๆ ภายในร่างกายจะทำงานได้ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ รวมถึงการเผาผลาญไขมัน ระยะเวลาการนอนหลับที่เหมาะสม คุณหมอแนะนำว่าควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 8-9 ชั่วโมงต่อวัน และควรเข้านอนก่อน 22:00 น. เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ คุณภาพการนอนหลับ การนอนหลับที่มีคุณภาพหมายถึงการนอนหลับที่สนิทและต่อเนื่อง หากคุณมีเครื่องมือวัดคุณภาพการนอนหลับ ควรมีช่วง Deep Sleep ประมาณ 15-20% ของระยะเวลาการนอนหลับทั้งหมด ผลกระทบของการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ การนอนหลับที่ไม่เพียงพอส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน รวมถึงการเพิ่มความอยากอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง…

  • รู้จักวิตามิน B12 แบบเจาะลึก: ประโยชน์ อาการขาด และวิธีดูแล

    รู้จักวิตามิน B12 แบบเจาะลึก: ประโยชน์ อาการขาด และวิธีดูแล

    รู้จักวิตามิน B12 แบบเจาะลึกทุกแง่มุม: สมอง เส้นประสาท เลือด และพลังงาน! วิตามิน B12 เป็นวิตามินที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกายของเรา หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้างแล้ว แต่ยังมีความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วน วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความสำคัญของวิตามิน B12 ในทุกแง่มุม ตั้งแต่ประโยชน์ต่อร่างกาย อาการเมื่อขาด วิธีการตรวจวัด ไปจนถึงวิธีการรักษาและดูแลสุขภาพให้ได้รับวิตามิน B12 อย่างเพียงพอ เพื่อให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของวิตามินตัวนี้อย่างถ่องแท้ ความสำคัญของวิตามิน B12 วิตามิน B12 เป็นวิตามินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีโครงสร้างซับซ้อนที่สุดในบรรดาวิตามินทั้งหมด มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของร่างกายในหลายๆ ด้าน วิตามิน B12 สำคัญต่ออะไรบ้าง? บทบาทในการสร้าง DNA: วิตามิน B12 มีความจำเป็นต่อกระบวนการสร้างและซ่อมแซม DNA ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ทั้งหมดในร่างกาย บทบาทในการสร้างพลังงาน: วิตามิน B12 ช่วยในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน โดยมีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ภายในเซลล์ บทบาทในการซ่อมแซมระบบประสาท: วิตามิน B12 มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท ช่วยในการสร้างและบำรุงรักษาเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท (myelin sheath) ซึ่งจำเป็นต่อการส่งสัญญาณประสาทอย่างมีประสิทธิภาพ อาการเมื่อขาดวิตามิน B12…

  • แพทย์ชาวญี่ปุ่นแนะ: วิตามิน 5 ตัวที่ผู้สูงวัย 60+ ขาดไม่ได้ เพื่อสุขภาพดี

    แพทย์ชาวญี่ปุ่นแนะ: วิตามิน 5 ตัวที่ผู้สูงวัย 60+ ขาดไม่ได้ เพื่อสุขภาพดี

    แพทย์ชาวญี่ปุ่นแนะ : ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งขาดไม่ได้ วิตามิน 5 ตัวที่ช่วยให้ ผู้สูงวัย 60+ ยังแจ๋ว เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมถอยลงเป็นธรรมดา แต่หลายครั้งอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในผู้สูงวัยกลับไม่ใช่เรื่องของวัยเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นสัญญาณเตือนของการขาดวิตามินบางชนิดที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงวิตามินสำคัญ 5 ตัวที่แพทย์ชาวญี่ปุ่นแนะนำว่าผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปไม่ควรมองข้าม พร้อมทั้งวิธีการสังเกตอาการเมื่อร่างกายขาดวิตามินเหล่านี้ เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาการที่บ่งบอกถึงการขาดวิตามินในผู้สูงวัย การขาดวิตามินในผู้สูงวัยอาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ บางอาการอาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของวัย แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังส่งให้เราทราบ อาการขาอ่อนแรง ลุกนั่งช้า หลายคนอาจเคยรู้สึกว่าขาไม่มีแรงในตอนเช้า หรือลุกนั่งจากเก้าอี้ได้ช้าลง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการขาดวิตามินบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อและการทำงานของระบบประสาท อาการมึนหัว ลืมง่าย อาการมึนหัวบ่อยๆ หรือเริ่มมีอาการหลงลืมสิ่งของ หรือสิ่งที่เพิ่งทำไป อาจเป็นสัญญาณของการขาดวิตามินที่ส่งผลต่อการทำงานของสมอง อาการต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่บ่งบอกถึงการขาดวิตามินในผู้สูงวัย ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้ วิตามินที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ แพทย์ชาวญี่ปุ่นได้แนะนำวิตามิน 5 ชนิดที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพและชะลอความเสื่อมของร่างกาย วิตามิน D และ B12 กับกล้ามเนื้อและการทรงตัว วิตามิน D และ B12…

  • “อลิ” สาวโลกสวย ไม่คิดว่าจะเจ็บป่วย: เรื่องราวชีวิตที่พลิกผัน

    “อลิ” สาวโลกสวย ไม่คิดว่าจะเจ็บป่วย: เรื่องราวชีวิตที่พลิกผัน

    “อลิ” สาวโลกสวย ไม่คิดว่าจะเจ็บป่วย ในโลกที่เต็มไปด้วยความสดใสและรอยยิ้ม “อลิ” คือสาวน้อยผู้มองโลกในแง่ดี เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการตื่นเช้ามาพร้อมกับความสดชื่น การใช้เวลากับธรรมชาติ หรือการแบ่งปันความสุขให้กับคนรอบข้าง “อลิ” เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องประกายให้กับทุกคนที่อยู่ใกล้ ๆ แต่แล้ววันหนึ่ง ชีวิตของเธอก็ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อความเจ็บป่วยที่ไม่คาดคิดได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเรื่องราวชีวิตของ “อลิ” สาวโลกสวยที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และวิธีการที่เธอใช้ในการรับมือกับความจริงและค่าใช้จ่ายที่ถาโถมเข้ามา ชีวิตประจำวันของ “อลิ” ชีวิตประจำวันของ “อลิ” เต็มไปด้วยความสุขและความสดใส เธอตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับรอยยิ้ม และมองโลกในแง่ดีเสมอ ความสุขและความสดใสในชีวิตประจำวัน “อลิ” ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน เธอชอบที่จะตื่นเช้ามาพร้อมกับแสงแดดอ่อน ๆ และเสียงนกร้อง เธอมีความสุขกับการได้ใช้เวลากับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือการนั่งมองพระอาทิตย์ตกดิน เธอชอบที่จะแบ่งปันความสุขให้กับคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้อื่น หรือการสร้างรอยยิ้มให้กับเพื่อน ๆ การมองโลกในแง่ดี “อลิ” เป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ เธอเชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก และทุกอุปสรรคคือบทเรียนที่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เธอไม่เคยท้อแท้กับปัญหาที่เข้ามาในชีวิต และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งด้วยความเข้มแข็งและรอยยิ้ม การเปลี่ยนแปลงเมื่อเผชิญกับความเจ็บป่วย ชีวิตของ “อลิ”…

  • โรคความดันต่ำ มีจริงไหม? สาเหตุเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ

    โรคความดันต่ำ มีจริงไหม? สาเหตุเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ

    โรคความดันต่ำ มีจริงหรือไม่? เลือดเลี้ยงสมองไม่พอเป็นจากอะไร หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “โรคความดันต่ำ” แต่จริง ๆ แล้วคำนี้มีความหมายอย่างไรในทางการแพทย์ และอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะนี้คืออะไรกันแน่? บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับความดันต่ำ พร้อมทั้งเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันอาการหน้ามืดที่อาจเกิดขึ้น ความหมายของความดันต่ำ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ความดันต่ำ” ไม่ใช่โรคประจำตัว ความดันต่ำคืออะไรในทางการแพทย์ ในทางการแพทย์ ความดันต่ำไม่ได้ถูกจำกัดด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงภาวะที่ความดันโลหิตไม่เพียงพอที่จะนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเหมาะสม เมื่อความดันโลหิตต่ำลง เลือดอาจไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ เช่น ไต สมอง ปอด และหัวใจได้อย่างเพียงพอ ทำให้การทำงานของอวัยวะเหล่านั้นมีปัญหา ความดันต่ำในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจเคยได้รับการบอกว่ามีความดันต่ำเมื่อไปวัดความดัน เช่น มีค่าความดัน 90/60 mmHg หรือต่ำกว่า ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ค่าความดันปกติมักจะสูงกว่า 90/60 mmHg เช่น 110/80 mmHg อย่างไรก็ตาม หากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ การมีค่าความดันต่ำกว่า 90/60 mmHg ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคความดันต่ำที่ต้องได้รับการรักษา ความดันต่ำกับอาการที่ต้องกังวล สิ่งที่น่ากังวลคือเมื่อความดันต่ำเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลและมีอาการ เช่น…

  • แค่นอนก็ผอมได้? หมอญี่ปุ่นเผยเทคนิคกระตุ้นเผาผลาญขณะหลับ

    แค่นอนก็ผอมได้? หมอญี่ปุ่นเผยเทคนิคกระตุ้นเผาผลาญขณะหลับ

    แค่นอนก็ผอมได้? หมอญี่ปุ่นเผย เทคนิค ‘กระตุ้นระบบเผาผลาญ’ ขณะหลับ เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงดูเหมือนกินอะไรก็ไม่อ้วน ในขณะที่เราต้องออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อรักษารูปร่างให้ดูดี? ความลับอยู่ที่ระบบเผาผลาญในร่างกายของเรานี่เอง และข่าวดีก็คือ เราสามารถ “กระตุ้น” ระบบนี้ได้ แม้ในขณะที่เรานอนหลับ! วันนี้เราจะมาเปิดเผยเคล็ดลับจากญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันได้ง่ายๆ เพียงแค่ทำตามเทคนิค 3 นาทีก่อนนอน ไขมันสีน้ำตาล: เตาเผาพลังงานในร่างกาย หลายคนเข้าใจผิดว่าการเผาผลาญไขมันเกิดขึ้นเฉพาะตอนออกกำลังกายเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ร่างกายของเรามี “เตาเผาพลังงาน” ส่วนตัวที่ซ่อนอยู่ และมันสามารถทำงานได้ดีแม้เราอยู่นิ่งๆ หรือแม้แต่ตอนนอนหลับ สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือ “ไขมันสีน้ำตาล” ไขมันสีขาว vs ไขมันสีน้ำตาล ไขมันมี 2 ประเภทหลักๆ คือ ไขมันสีขาว และไขมันสีน้ำตาล ไขมันสีขาวคือไขมันที่เราคุ้นเคยกันดี มันสะสมอยู่ที่พุง สะโพก และต้นแขน มีหน้าที่หลักคือเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ในอนาคต ในขณะที่ไขมันสีน้ำตาลมีหน้าที่ตรงกันข้าม คือเผาผลาญพลังงานเพื่อสร้างความร้อนให้ร่างกาย ไขมันสีน้ำตาลทำงานอย่างไร เมื่อไขมันสีน้ำตาลถูกกระตุ้น มันจะดึงเอาไขมันสีขาว ซึ่งเป็นไขมันส่วนเกินที่สะสมในร่างกาย มาเผาผลาญเป็นพลังงานความร้อน เปรียบเสมือนการนำฟืน (ไขมันสีขาว) ไปใส่ในเตาผิง (ไขมันสีน้ำตาล) เพื่อให้เกิดความร้อนและพลังงาน…