Category: การดูแลสุขภาพ
-

เคล็ดลับกินเพื่อเสริมกล้ามเนื้อ: เดินคล่อง ไม่ล้มง่าย ฉบับคนไทย
เคล็ดลับการกินเพื่อเสริมกล้ามเนื้อ — กินถูกวิธี เดินคล่อง ไม่ล้มง่าย คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนญี่ปุ่นอายุ 90 กว่าปียังเดินปีนเขาไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ ทำอาหารเอง เปิดร้านอาหาร ไปตลาดเองทุกเช้า ในขณะที่หลายคนในประเทศเรา อายุเพียง 60-70 ปี ก็เริ่มกังวลเรื่องการเดิน กลัวล้ม กลัวขาอ่อนแรง วันนี้นุ่นขอเชิญทุกคนมาค้นหาคำตอบง่ายๆ ที่อาจจะอยู่ในจานอาหารของเรา เคล็ดลับที่ทำให้เรามั่นใจในทุกก้าวเดิน ไม่ใช่แค่เรื่องของยา หรือวิตามินแพงๆ แต่เป็นเรื่องของการเลือกกินอย่างฉลาด ทำไมคนญี่ปุ่นอายุยืนแข็งแรง? ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ คนญี่ปุ่นมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งส่งผลให้พวกเขามีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว ความแตกต่างระหว่างคนญี่ปุ่นและคนไทย การใช้ชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ เช่น การเดิน การทำงานบ้าน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ในขณะที่คนไทยอาจมีวิถีชีวิตที่นั่งๆ นอนๆ มากกว่า ทำให้กล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ อาหารการกินก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคือ การได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน วิตามินดี และแคลเซียม รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซาโคพีเนีย: สาเหตุของขาอ่อนแรง ภาวะซาโคพีเนีย (Sarcopenia) เป็นภาวะที่มวลกล้ามเนื้อลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการขาอ่อนแรงและปัญหาอื่นๆ…
-

เบาหวานคุมได้ง่ายกว่าที่คิด แค่เริ่มจากผักคำแรก
เบาหวานคุมได้ง่ายกว่าที่คิด แค่เริ่มจากผักคำแรก คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าการจัดการกับภาวะเบาหวานนั้นยากเย็นแสนเข็ญ ต้องอดอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตครั้งใหญ่? ความจริงแล้ว บางครั้งการควบคุมเบาหวานอาจง่ายกว่าที่คุณคิด! เพียงแค่ปรับเปลี่ยนลำดับการกิน โดยเริ่มจาก “ผักคำแรก” ก็อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้แล้ว บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง พร้อมเผยเคล็ดลับง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที ทำไมผักคำแรกถึงเปลี่ยนชีวิตคนที่มีภาวะเบาหวานได้? การเริ่มต้นด้วยผักก่อนอาหารมื้อหลัก อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่มีภาวะเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการป้องกันเบาหวาน การศึกษาและผลลัพธ์ งานวิจัยหลายชิ้นจากทั่วโลกได้แสดงให้เห็นว่า การกินผักก่อนอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ บางการศึกษาพบว่าสามารถลดลงได้ถึง 37% ภายใน 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้วิธีนี้อย่างสม่ำเสมอยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ลดน้ำตาลหลังอาหาร การกินผักก่อนช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังมื้ออาหาร คุมน้ำตาลได้ดีขึ้นต่อเนื่อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างต่อเนื่องด้วยการกินผักก่อนอาหาร สามารถช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ในระยะยาว ผักทำงานในร่างกายเราอย่างไร? การทำความเข้าใจว่าผักทำงานอย่างไรในร่างกาย จะช่วยให้เราเห็นภาพและเข้าใจถึงประโยชน์ของการกินผักก่อนอาหารได้ดียิ่งขึ้น ไฟเบอร์เหมือนกำแพงป้องกัน ผักอุดมไปด้วยไฟเบอร์ หรือใยอาหาร ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นกำแพงป้องกันในระบบทางเดินอาหาร ไฟเบอร์จะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด การดูดซึมน้ำตาลช้าลง เมื่อเรากินผักก่อนอาหาร ไฟเบอร์จะเข้าไปเคลือบกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้การดูดซึมน้ำตาลจากอาหารประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ ช้าลง กระตุ้นฮอร์โมนควบคุมน้ำตาล ผักยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เช่น GLP-1 ซึ่งช่วยให้ตับอ่อนทำงานได้ดีขึ้น และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล…
-

ธาตุเหล็ก กับสมองผู้สูงวัย: รู้ทัน ป้องกัน หมดไฟ
ธาตุเหล็ก กับสมองของผู้สูงวัย…รู้ไว้ชีวิตเปลี่ยน เคยรู้สึกไหมว่าทำไมช่วงนี้ถึงหมดไฟ ทำอะไรก็ไม่สนุก หรือรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ? หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัย หรือความเครียดจากการทำงาน แต่รู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าสมองของคุณกำลังขาด “ธาตุเหล็ก” วัตถุดิบสำคัญในการผลิตความสุขและความกระปรี้กระเปร่า บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงความสำคัญของธาตุเหล็กต่อสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ธาตุเหล็ก: วัตถุดิบลับในการผลิตความสุข ธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าธาตุเหล็กมีบทบาทสำคัญในการทำงานของสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข บทบาทของธาตุเหล็กในการผลิตฮอร์โมนความสุข ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสารสื่อประสาทที่สำคัญในสมอง ได้แก่ โดพามีนและเซโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความสุข อารมณ์ และความรู้สึกพึงพอใจ ธาตุเหล็กทำหน้าที่เป็นตัวช่วย (cofactor) ให้กับเอนไซม์ที่จำเป็นในการสร้างฮอร์โมนเหล่านี้ เมื่อร่างกายขาดธาตุเหล็ก เอนไซม์เหล่านี้จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนความสุขลดลง ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีต่างๆ ตามมา อาการของการขาดธาตุเหล็ก เมื่อร่างกายขาดธาตุเหล็ก อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย อารมณ์ห่อเหี่ยว ซึมเศร้า สมาธิสั้น ขาดสมาธิ ผมร่วง ผลกระทบของการขาดธาตุเหล็กในชีวิตประจำวัน การขาดธาตุเหล็กส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก ทำให้รู้สึกหมดแรง ไม่กระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆ ที่เคยชอบ รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต และอาจส่งผลต่อการนอนหลับและการย่อยอาหารอีกด้วย ทำไมเราถึงรู้สึกหมดไฟ? ความรู้สึกหมดไฟ…
-

วัยกลางคน: เงิน vs สุขภาพ อะไรพังก่อน? ฟัง CK | MIDLIFE United
วัยกลางคน “เงิน” หรือ “สุขภาพ” อะไรพังสุด? กับ CK | ใต้โต๊ะ Podcast : MIDLIFE United [EP.1] การก้าวเข้าสู่วัยกลางคนเป็นช่วงเวลาที่หลายคนต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน และการใช้ชีวิต ใน EP.1 ของ MIDLIFE United CK ได้มาพูดคุยถึงประเด็นเหล่านี้อย่างเจาะลึก พร้อมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงวัยกลางคนได้เตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น Midlife Crisis และ Midlife United การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงวัยกลางคนมักนำมาซึ่งสิ่งที่เรียกว่า Midlife Crisis ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บุคคลนั้นๆ เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตที่ผ่านมา และมองหาความหมายใหม่ๆ ให้กับชีวิต ในขณะเดียวกัน Midlife United ก็เป็นรายการที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์สำหรับคนวัยกลางคนโดยเฉพาะ Midlife United คืออะไร? Midlife United คือรายการพอดแคสต์ที่นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนวัยกลางคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การเงิน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ต่างๆ…
-

หลับไม่ลึกเท่ากับนอนไม่พอ: เปิดระบบลับสมอง พร้อมวิธีฟื้นฟูการนอน
หลับไม่ลึกเท่ากับนอนไม่พอ — เปิดเผยระบบลับของสมอง พร้อมวิธีฟื้นฟู คุณเคยรู้สึกหรือไม่ว่านอนหลับครบ 8 ชั่วโมงแล้ว แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกไม่สดชื่น? หลายคนอาจเข้าใจว่าการนอนหลับเพียงพอคือการนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน แต่ความจริงแล้ว สมองของเราอาจไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่อย่างที่เราคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น การนอนหลับที่ไม่ลึกพออาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสมองในระยะยาวได้ วันนี้เราจะมาเปิดเผยความลับของระบบล้างขยะในสมองที่ทำงานขณะหลับ และทำความเข้าใจว่าทำไมการหลับไม่ลึกจึงเป็นอันตราย พร้อมทั้งวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหลับลึกขึ้น และดูแลสุขภาพสมองให้แข็งแรง การนอน 8 ชั่วโมงเพียงพอจริงหรือ? หลายคนเชื่อว่าการนอน 8 ชั่วโมงเป็นเกณฑ์มาตรฐานของการพักผ่อนที่เพียงพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การนอน 8 ชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าสมองของเราจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาดังกล่าว การนอนหลับประกอบด้วยหลายขั้นตอน ตั้งแต่การหลับตื้น หลับลึก ไปจนถึงช่วงฝัน ช่วงเวลาที่สมองได้รับการพักผ่อนอย่างแท้จริงคือช่วงที่เราหลับลึก เมื่ออายุมากขึ้น รูปแบบการนอนหลับของเราจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเราจะใช้เวลาในการหลับตื้นมากขึ้น และหลับลึกน้อยลง ซึ่งหมายความว่า แม้จะนอนหลับในระยะเวลาที่เท่าเดิม แต่คุณภาพการนอนหลับอาจลดลง ระบบล้างขยะในสมอง (Glymphatic System) คืออะไร? ระบบ Glymphatic System เปรียบเสมือนแม่บ้านที่คอยทำความสะอาดสมองของเรา ระบบนี้ใช้น้ำไขสันหลังไหลผ่านหลอดเลือดสมอง เพื่อชะล้างของเสียต่างๆ ออกไปจากสมอง ระบบ Glymphatic…
-

กฎ 15 นาที หลังกินข้าว ไขมันไม่ลงพุง ลุงหมอเผยเคล็ดลับ
กฎ 15 นาที หลังกินข้าว ทำแบบนี้ ไขมันไม่ลงพุง ลุงหมอแนะนำ เคยสงสัยไหมว่าทำไมกินน้อยลงแล้วน้ำหนักก็ยังไม่ลดลง แถมพุงยังป่องขึ้นเรื่อยๆ? หลายคนอาจมองข้ามช่วงเวลาสำคัญหลังมื้ออาหารไป นั่นคือ 15 นาทีทองคำที่ร่างกายกำลังตัดสินใจว่าจะนำพลังงานไปใช้หรือเก็บสะสมเป็นไขมัน วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงกลไกการทำงานของร่างกายในช่วงเวลานี้ พร้อมเรียนรู้ “กฎ 15 นาที” ที่ลุงหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำ เพื่อช่วยให้คุณมีสุขภาพดี หุ่นสวย และไขมันหน้าท้องลดลง ทำไมกินน้อยลงแล้วยังลงพุง? หลายคนพยายามควบคุมอาหาร กินในปริมาณที่น้อยลง แต่ทำไมไขมันหน้าท้องถึงยังคงอยู่? ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณอาหารที่เรากิน แต่อยู่ที่พฤติกรรมที่เราทำหลังกินอาหารต่างหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 15 นาทีแรกหลังกินข้าว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กินอะไรหรือเท่าไหร่ การลดน้ำหนักให้ได้ผล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการอดอาหารหรือการกินอาหารในปริมาณที่น้อยเกินไปเสมอไป สิ่งสำคัญคือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และมีพฤติกรรมที่เหมาะสมหลังกินอาหาร เพื่อให้ร่างกายสามารถนำพลังงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยสำคัญคือสิ่งที่ทำหลังกิน พฤติกรรมหลังกินอาหารมีผลต่อการเผาผลาญไขมันและการสะสมไขมันในร่างกายอย่างมาก การนั่งงอตัว นอนพัก หรือทำกิจกรรมที่ไม่ส่งเสริมการเผาผลาญ อาจทำให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันมากขึ้น ร่างกายทำงานอย่างไรในช่วง 15-30 นาทีหลังกิน? ในช่วง 15-30 นาทีแรกหลังกินอาหาร ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงและทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการกับอาหารที่เราทานเข้าไป กระเพาะอาหารเริ่มทำงาน เมื่อเรากินอาหาร กระเพาะอาหารจะเริ่มทำงานทันที โดยมีการบีบตัวเพื่อเตรียมส่งอาหารไปยังลำไส้เล็ก น้ำตาลถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด…
-

แพทย์ญี่ปุ่นเผยวิธีเช็คเบาหวานลงไตในผู้สูงวัย: สังเกตง่ายๆ
แพทย์ชาวญี่ปุ่นเผย : วิธีเช็ค “เบาหวานลงไต” ในผู้สูงวัย (ไม่น่าเชื่อว่าสังเกตจากสิ่งนี้) เคยหรือไม่? ตื่นเช้ามาแล้วพบว่าปัสสาวะมีฟองจางๆ ลอยอยู่ในโถสุขภัณฑ์ หลายคนอาจมองข้ามไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงวัย แต่รู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “เบาหวานลงไต” ภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพโดยที่เราไม่รู้ตัว วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงวิธีการสังเกตอาการเบื้องต้น และวิธีดูแลสุขภาพไตในผู้สูงวัย ตามคำแนะนำของแพทย์ชาวญี่ปุ่น สัญญาณเตือนเบาหวานลงไตในผู้สูงวัย เบาหวานลงไตเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงของโรคเบาหวาน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันสังเกตอาการใดๆ จนกว่าไตจะเริ่มเสื่อมสภาพลงไปมากแล้ว ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะสังเกตสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง อาการที่มักถูกมองข้าม อาการต่างๆ ที่มักถูกมองข้ามว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น ปัสสาวะมีฟอง อาการบวม หรืออาการเพลียเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคไตได้ ความสำคัญของการสังเกตอาการเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากเบาหวานลงไตมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น การใส่ใจสังเกตอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาการที่มองข้ามว่าเป็นสัญญาณของโรคไต อาการต่างๆ ที่อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของไตในผู้สูงวัย มีดังนี้ ฟองในปัสสาวะ ฟองในปัสสาวะที่เกิดขึ้นและลอยอยู่นานผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความผิดปกติของไต อาการบวม อาการบวมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะใต้ตาในตอนเช้า หรือรอยถุงเท้าที่ทิ้งไว้นานผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการทำงานของไตที่ผิดปกติ…
-

ลุงหมอขอเล่า — เดินแล้วเจ็บฝ่าเท้า: สาเหตุและวิธีดูแลโรครองช้ำ
เดินแล้วเจ็บฝ่าเท้า สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง พร้อมวิธีการดูแล อาการเจ็บฝ่าเท้าเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้การเดินหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก หลายคนจึงพยายามหาวิธีรักษาและบรรเทาอาการเจ็บปวด แต่บ่อยครั้งกลับพบว่าการรักษาไม่ได้ผล หรืออาการไม่ดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง ในบทความนี้ “ลุงหมอขอเล่า” จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเจ็บฝ่าเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการที่เรียกว่า “โรครองช้ำ” พร้อมทั้งเผยเคล็ดลับวิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง กระดูกงอกกับการเจ็บส้นเท้า: ความเข้าใจผิด หลายคนเมื่อมีอาการเจ็บส้นเท้า มักจะได้รับการวินิจฉัยว่ามี “กระดูกงอก” ร่วมด้วย และเข้าใจว่ากระดูกงอกคือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้อมูลทางการแพทย์กลับพบว่า กระดูกงอกอาจไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของการเจ็บส้นเท้าเสมอไป พังผืดใต้ฝ่าเท้า: ตัวการตัวจริง พังผืดใต้ฝ่าเท้า หรือ Plantar Fascia คือแผ่นเนื้อเยื่อที่แข็งแรง ทำหน้าที่รองรับและช่วยในการเคลื่อนไหวของเท้า พังผืดนี้จะยึดจากส้นเท้าไปยังปลายเท้า ทำหน้าที่คล้ายกับสปริงที่ช่วยในการรับน้ำหนักและแรงกระแทกในขณะที่เราเดินหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำไมโรครองช้ำถึงรักษายาก? โรครองช้ำไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาที่เกิดจากเส้นเอ็นอักเสบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การใช้เท้าที่มากเกินไป การเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสม หรือแม้กระทั่งความผิดปกติของโครงสร้างเท้า การรักษาที่ไม่ตรงจุด หรือการดูแลที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้อาการแย่ลง และนำไปสู่ปัญหาเรื้อรังได้ การรักษาโรครองช้ำ: วิธีที่ถูกต้อง การรักษาโรครองช้ำที่ถูกต้องนั้น…
-

นอนไม่หลับแก้ได้ ชีวิตแฮปปี้: เคล็ดลับจากหมอไมท์ | การเงิน
นอนไม่หลับแก้ได้ ชีวิตแฮปปี้ แค่รู้สิ่งนี้ (คนส่วนใหญ่พลาด) | เกลาแก้โรค EP.64 หมอไมท์ นพ.ชาญสิริ การนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานของชีวิตที่หลายคนมองข้ามไปในยุคปัจจุบัน ปัญหาการนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจอย่างมาก ในรายการเกลาแก้โรค EP.64 คุณหมอไมท์ นพ.ชาญสิริ ได้มาให้ความรู้และไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการนอนหลับอย่างละเอียด พร้อมเผยเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นและมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น ปัญหาการนอนหลับในยุคปัจจุบัน ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัญหาการนอนหลับจึงเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยขึ้น การให้ความสำคัญกับการนอนหลับที่น้อยลง หลายคนให้ความสำคัญกับการทำงานและความบันเทิงมากกว่าการพักผ่อน ทำให้เวลานอนลดลง การนอนน้อยลงและการทำงานแบบ Work from Home การทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ทำให้ตารางการนอนไม่เป็นระเบียบ ส่งผลต่อคุณภาพการนอน ผลกระทบของการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ การนอนหลับที่ไม่เพียงพอส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน โรคเรื้อรังที่เกิดจากการนอนไม่พอ การนอนหลับไม่เพียงพอเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคอ้วน ผลกระทบทางจิตใจจากการนอนไม่พอ การนอนไม่พอส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจ ทำให้เกิดความหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ภาวะซึมเศร้า และวิตกกังวล การฟื้นฟูร่างกายและการนอนหลับ การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมถึงการหลั่งโกรทฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการสร้างกล้ามเนื้อ การนอนชดเชย: ชดเชยได้จริงหรือไม่? หลายคนเชื่อว่าการนอนชดเชยสามารถแก้ไขปัญหาการนอนไม่พอได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นอย่างไร?…
-

ไม่ได้ป่วย..แต่ไม่รู้สึกสบายเลยซักวัน: พฤติกรรมเงียบๆ ที่ทำร้ายสุขภาพ
ไม่ได้ป่วย..แต่ไม่รู้สึกสบายเลยซักวัน (หมอแนะถ้าไม่เปลี่ยน อีก 5 ปี อาจไม่รอด) เคยรู้สึกไหมว่าถึงแม้จะไม่ได้ป่วยเป็นอะไร แต่ทำไมร่างกายถึงไม่ค่อยสบายตัวเอาเสียเลย? อาการปวดเมื่อยเล็กๆ น้อยๆ นอนหลับไม่สนิท หรือรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังส่งเสียงบอกเราว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นภายใน วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่หลายคนมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหัวใจและสมองของเรา พฤติกรรมเงียบๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกหรือหัวใจวาย หลายคนอาจคิดว่าการดูแลสุขภาพคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และไปพบแพทย์ตามนัด แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีพฤติกรรมบางอย่างที่เราทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งกำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ พฤติกรรมที่สะสมความเสื่อมของหลอดเลือดโดยไม่รู้ตัว การใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อาจเป็นต้นเหตุของปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีความดันโลหิตสูงที่สุด หากเราใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ใส่ใจพฤติกรรมเหล่านี้ หลอดเลือดของเราจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงโดยที่เราไม่รู้ตัว ช่วงเวลาที่ร่างกายมีความดันโลหิตสูงที่สุด ในช่วงเช้าหลังตื่นนอน ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนบางชนิดที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หากเรามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารเช้าที่มีแป้งและไขมันสูง หรือการนั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่ขยับร่างกาย ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด Arterial Stiffness หรือภาวะหลอดเลือดแข็ง เมื่ออายุมากขึ้น หลอดเลือดจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ภาวะนี้เรียกว่า Arterial Stiffness หรือภาวะหลอดเลือดแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง การสูญเสียความสามารถในการชดเชย…