ทำยังไงกล้ามเนื้อจะไม่ฝ่อเมื่ออายุเพิ่มขึ้น #sarcopenia
เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนคงเคยสังเกตเห็นว่ารูปร่างมีการเปลี่ยนแปลงไป กล้ามเนื้อดูเล็กลง กำลังวังชาก็ลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา ภาวะที่ว่านี้เรียกว่า Sarcopenia ซึ่งเป็นภาวะที่กล้ามเนื้อฝ่อลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและสุขภาพโดยรวมได้ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Sarcopenia อย่างละเอียด ตั้งแต่สาเหตุ อาการ วิธีการตรวจวินิจฉัย แนวทางการป้องกันและรักษา ไปจนถึงเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการใช้ยา เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
Sarcopenia คืออะไร?
Sarcopenia คือภาวะที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นได้ในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป และจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นเรื่อยๆ ภาวะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการทำงานของร่างกายในหลายๆ ด้านอีกด้วย
คำจำกัดความของ Sarcopenia
Sarcopenia มาจากคำว่า “sarco” ซึ่งหมายถึงเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ และ “penia” ซึ่งหมายถึงการสูญเสียหรือลดลง ดังนั้น Sarcopenia จึงหมายถึงการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับอายุ
สาเหตุหลักของ Sarcopenia (อายุ)
สาเหตุหลักของ Sarcopenia คือกระบวนการชราภาพตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ เช่น การลดลงของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกล้ามเนื้อ (เช่น เทสโทสเตอโรน) การลดลงของกิจกรรมทางกาย และการเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ
กลุ่มกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบ
Sarcopenia สามารถส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย แต่กลุ่มกล้ามเนื้อที่มักได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กล้ามเนื้อโครงร่าง (skeletal muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหว เช่น กล้ามเนื้อแขน ขา และลำตัว
อาการของ Sarcopenia
อาการของ Sarcopenia อาจไม่ชัดเจนในช่วงแรก แต่เมื่อภาวะนี้รุนแรงขึ้น อาการต่างๆ จะเริ่มปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น
อาการที่สังเกตได้
- ลุกจากเก้าอี้ยาก: รู้สึกว่าต้องใช้แรงมากขึ้นในการลุกขึ้นจากเก้าอี้ หรือต้องใช้มือช่วยในการพยุงตัว
- ล้มง่าย: มีความเสี่ยงในการหกล้มมากขึ้นกว่าเดิม
- เดินช้าลง: การเดินไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม
- เบื่ออาหาร: รู้สึกไม่อยากอาหาร หรือทานอาหารได้น้อยลง
- น้ำหนักลด: น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อ Sarcopenia รุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้กำลัง เช่น การยกของ การเดินขึ้นบันได หรือการออกกำลังกาย
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
หากคุณมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น หรือสงสัยว่าตนเองอาจมีภาวะ Sarcopenia ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
วิธีตรวจ Sarcopenia
การวินิจฉัย Sarcopenia ทำได้หลายวิธี แพทย์จะพิจารณาจากอาการ ประวัติทางการแพทย์ และผลการตรวจต่างๆ
การวัดแรงกล้ามเนื้อ (Grip strength)
การวัดแรงบีบมือ (Grip strength) เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า dynamometer ในการวัด
การตรวจ DEXA scan
การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก (DEXA scan) สามารถใช้ในการประเมินมวลกล้ามเนื้อได้ด้วย
การตรวจ MRI
การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) สามารถใช้ในการวัดปริมาณและคุณภาพของกล้ามเนื้อได้อย่างละเอียด
การตรวจ Biometrics
การตรวจ Biometrics เป็นการตรวจวัดองค์ประกอบต่างๆ ในร่างกาย เช่น มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน และปริมาณน้ำในร่างกาย
วิธีป้องกันและรักษา Sarcopenia
การป้องกันและรักษา Sarcopenia เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อรักษาสุขภาพกล้ามเนื้อและคุณภาพชีวิตที่ดี
การออกกำลังกาย (เวทเทรนนิ่ง)
การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง (weight training) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันและรักษา Sarcopenia การออกกำลังกายประเภทนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
การพักผ่อนให้เพียงพอ
การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและส่งเสริมการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
โภชนาการที่สมดุล
การรับประทานอาหารที่สมดุลและมีสารอาหารครบถ้วนเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพกล้ามเนื้อ ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงผักและผลไม้ต่างๆ
การควบคุมโรคประจำตัว
โรคประจำตัวบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกล้ามเนื้อ การควบคุมโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไต จึงเป็นสิ่งสำคัญ
การหลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกล้ามเนื้อ ควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการบริโภคให้น้อยลง
การใช้ยา (ภายใต้การดูแลของแพทย์)
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อช่วยในการรักษา Sarcopenia แต่การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
การใช้ยา SARMs
SARMs (Selective Androgen Receptor Modulators) เป็นยาที่อาจใช้ในการรักษา Sarcopenia แต่ควรใช้อย่างระมัดระวังและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
SARMs คืออะไร?
SARMs เป็นสารที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศชาย (androgen) แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าสเตียรอยด์
ยาที่ใช้ใน SARMs (Ostarine, Ligandrol, Andarine, RAD40, yk11)
มี SARMs หลายชนิดที่ถูกนำมาใช้ เช่น Ostarine, Ligandrol, Andarine, RAD40 และ yk11 แต่ยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการในการใช้รักษา Sarcopenia
ผลข้างเคียงของ SARMs
ผลข้างเคียงของ SARMs อาจรวมถึง ตับอักเสบ ความผิดปกติของหัวใจ และความผิดปกติของฮอร์โมน
ข้อควรระวังในการใช้ SARMs
การใช้ SARMs ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระยะยาว
💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
หรือสแกน QR เพื่อแอด

Leave a Reply