วิธียื่นภาษีเงินได้ปี 2564 ออนไลน์ (ยื่นในปี 2565) ภ.ง.ด. 90 / 91 | ยื่นภาษีด้วยตัวเอง Ep.1
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่สำคัญที่คนไทยทุกคนต้องทำเป็นประจำทุกปี การยื่นภาษีออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำวิธีการยื่นภาษีเงินได้ปี 2564 (ที่ต้องยื่นในปี 2565) ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร พร้อมขั้นตอนการยื่นภาษีด้วยตัวเองอย่างละเอียด ตั้งแต่การเข้าสู่ระบบ การเลือกแบบฟอร์ม การกรอกข้อมูล ไปจนถึงการชำระภาษี
ภาพรวมระบบ e-Filing ใหม่
ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรมีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เสียภาษีสามารถยื่นภาษีได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ระบบใหม่มาพร้อมกับอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายขึ้น และมีคำแนะนำที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ผู้เสียภาษีสามารถทำความเข้าใจข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของระบบ
ระบบ e-Filing ใหม่มีการปรับปรุงในหลายๆ ด้าน เช่น การออกแบบหน้าจอที่ทันสมัยขึ้น การเพิ่มคำแนะนำและคำอธิบายที่ชัดเจนขึ้น และการปรับปรุงระบบการคำนวณภาษีให้มีความถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น
ระยะเวลาการยื่นภาษี
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2564 ผ่านระบบ e-Filing สามารถทำได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 8 เมษายน 2565
การเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตน
ก่อนที่จะเริ่มยื่นภาษี ผู้เสียภาษีจะต้องเข้าสู่ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรก่อน
การเข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password
สำหรับผู้ที่มี Username และ Password อยู่แล้ว สามารถเข้าสู่ระบบได้โดยกรอกเลขประจำตัวประชาชนและรหัสผ่านที่เคยลงทะเบียนไว้
การยืนยันตัวตนด้วย OTP
เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล กรมสรรพากรได้เพิ่มระบบ OTP (One-Time Password) ในการยืนยันตัวตน ผู้ใช้งานจะต้องกรอกรหัส OTP ที่ได้รับทาง SMS บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าสู่ระบบ
การสมัครสมาชิก (สำหรับผู้ที่ไม่เคยยื่น)
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยยื่นภาษีผ่านระบบ e-Filing จะต้องทำการสมัครสมาชิกก่อน โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่ระบบกำหนด
การเลือกแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90/91
เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ผู้เสียภาษีจะต้องเลือกแบบฟอร์มที่ถูกต้องตามประเภทของเงินได้ที่ได้รับ
ภ.ง.ด. 90 และ 91 คืออะไร
ภ.ง.ด. 90 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่มีเงินได้หลายประเภท เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ธุรกิจส่วนตัว และอื่นๆ ส่วน ภ.ง.ด. 91 คือ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่มีเงินได้ประเภทเดียว คือ เงินเดือน
การกรอกข้อมูลผู้มีเงินได้
หลังจากเลือกแบบฟอร์มแล้ว ผู้เสียภาษีจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเงินได้
ข้อมูลที่ต้องเตรียม
ก่อนเริ่มกรอกข้อมูล ผู้เสียภาษีควรเตรียมข้อมูลต่างๆ ให้พร้อม เช่น เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลเงินได้ และเอกสารประกอบการลดหย่อนภาษี
การเลือกสถานะ
ผู้เสียภาษีจะต้องเลือกสถานะของตนเองให้ถูกต้อง เช่น โสด สมรส หย่า หรือเสียชีวิต
สถานะ: โสด, สมรส, หย่า, เสียชีวิต
- โสด: สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้สมรส
- สมรส: สำหรับผู้ที่สมรสและอยู่กินด้วยกันตลอดปีภาษี
- หย่า: สำหรับผู้ที่หย่าร้าง
- เสียชีวิต: สำหรับผู้ที่เสียชีวิตระหว่างปีภาษี
การกรอกข้อมูลเงินได้
การกรอกข้อมูลเงินได้เป็นส่วนสำคัญในการคำนวณภาษี ผู้เสียภาษีจะต้องกรอกข้อมูลเงินได้ให้ถูกต้องตามประเภทของเงินได้ที่ได้รับ
เงินได้ตามสัญญาจ้างแรงงาน
สำหรับผู้ที่มีเงินได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง หรือผลประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจากการทำงาน จะต้องกรอกข้อมูลเงินได้ตามสัญญาจ้างแรงงาน
คำแนะนำสำหรับผู้มีเงินได้หลายที่
สำหรับผู้ที่มีเงินได้หลายแห่ง ควรนำข้อมูลเงินได้ทั้งหมดมารวมกัน แล้วกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ถูกต้อง
การเลือกประเภทเงินได้
ระบบ e-Filing จะมีรายการประเภทเงินได้ให้เลือก ผู้เสียภาษีจะต้องเลือกประเภทเงินได้ให้ตรงกับประเภทของเงินได้ที่ได้รับ
เงินได้จากฟรีแลนซ์
ผู้ที่มีรายได้จากการทำงานแบบฟรีแลนซ์ จะต้องกรอกข้อมูลเงินได้ในส่วนของเงินได้จากวิชาชีพอิสระ
เงินได้จากวิชาชีพอิสระ
ผู้ที่มีรายได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น นักบัญชี ทนายความ หรือแพทย์ จะต้องกรอกข้อมูลเงินได้ในส่วนนี้
เงินได้จากการขายของออนไลน์
ผู้ที่มีรายได้จากการขายของออนไลน์ จะต้องกรอกข้อมูลเงินได้ในส่วนของเงินได้จากการทำธุรกิจ
การเลือกหักค่าใช้จ่าย
ผู้เสียภาษีสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าลดหย่อนต่างๆ
ดอกเบี้ย, เงินปันผล, Crypto
ผู้ที่มีรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล หรือ Cryptocurrency จะต้องกรอกข้อมูลในส่วนนี้
การเลือก Final Tax
ผู้ที่มีรายได้บางประเภท เช่น ดอกเบี้ยและเงินปันผล สามารถเลือกใช้ Final Tax ได้ ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องนำรายได้ส่วนนี้มารวมคำนวณภาษีอีก
การใช้ข้อมูล Final Tax ในการซื้อ RMF/SSF
ข้อมูล Final Tax สามารถนำมาใช้ในการคำนวณสิทธิในการซื้อ RMF/SSF ได้
การกรอกค่าลดหย่อน
การกรอกค่าลดหย่อนเป็นส่วนที่ช่วยลดภาระภาษีของผู้เสียภาษี ผู้เสียภาษีควรกรอกค่าลดหย่อนต่างๆ ให้ครบถ้วน
ค่าลดหย่อนส่วนตัว
ผู้เสียภาษีสามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนส่วนตัวได้
ค่าลดหย่อนบุตร
ผู้ที่มีบุตรสามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนบุตรได้
ค่าลดหย่อนบิดามารดา
ผู้ที่มีบิดามารดาที่อยู่ในความดูแล สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนบิดามารดาได้
ค่าลดหย่อนออมและลงทุน
ผู้ที่ซื้อ RMF, LTF, SSF หรือประกันชีวิต สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนออมและลงทุนได้
ค่าลดหย่อนอื่นๆ
นอกจากค่าลดหย่อนที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีค่าลดหย่อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ ค่าบริจาค
RMF, LTF, SSF
การลงทุนใน RMF, LTF, SSF เป็นวิธีหนึ่งในการลดหย่อนภาษี ผู้เสียภาษีควรศึกษาข้อมูลและเลือกกองทุนที่เหมาะสมกับตนเอง
การกรอกข้อมูล LTF
ผู้ที่ลงทุนใน LTF จะต้องกรอกข้อมูลการลงทุนในส่วนนี้
รายได้จากมรดกหรือได้รับมา
ผู้ที่ได้รับมรดกหรือได้รับเงินมา จะต้องนำมาคำนวณภาษี
ภาษีการรับให้
ผู้ที่ได้รับมรดกหรือรับให้ จะต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
การเลือกวิธีเสียภาษี
ผู้เสียภาษีสามารถเลือกวิธีเสียภาษีที่เหมาะสมกับตนเองได้
การตรวจสอบข้อมูลและสรุปการยื่น
ก่อนยืนยันการยื่น ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อความถูกต้อง
การตรวจสอบข้อมูลก่อนยื่น
ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่กรอกไว้ เช่น ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลเงินได้ และค่าลดหย่อนต่างๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน
การชำระภาษี
หลังจากยื่นแบบแล้ว ผู้เสียภาษีจะต้องชำระภาษี (ถ้ามี)
การผ่อนชำระภาษี
ผู้เสียภาษีสามารถเลือกผ่อนชำระภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
การอุดหนุนพรรคการเมือง
ผู้เสียภาษีสามารถบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองได้
การยืนยันการยื่นแบบ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ผู้เสียภาษีสามารถยืนยันการยื่นแบบได้
สรุปและข้อควรจำ
การยื่นภาษีออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว ผู้เสียภาษีควรทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ และเตรียมข้อมูลให้พร้อม
การรับ SMS แจ้งเตือน
ผู้เสียภาษีสามารถรับ SMS แจ้งเตือนสถานะการยื่นภาษีได้
การบริจาคผ่าน e-Donation
ผู้เสียภาษีสามารถบริจาคเงินผ่านระบบ e-Donation ได้
การเตรียมเอกสาร
ผู้เสียภาษีควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการยื่นภาษีให้พร้อม เช่น เอกสารแสดงรายได้ เอกสารประกอบการลดหย่อน
💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
หรือสแกน QR เพื่อแอด

Leave a Reply