ถอดรหัสตลาดหุ้น! 3 หลักการลงทุนที่เปลี่ยนชีวิต | ฉบับนักลงทุนเน้นคุณค่า
ตลาดหุ้น…พอได้ยินคำนี้หลายคนก็น่าจะนึกถึงภาพกราฟยุ่งๆ ตัวเลขที่วิ่งขึ้นวิ่งลงเต็มไปหมดเลยใช่ไหมครับ แต่วันนี้เราจะมาลองถอดรหัสเรื่องทั้งหมดนี้กัน เปลี่ยนความสับสนวุ่นวายให้กลายเป็นหลักการลงทุนที่มันเรียบง่ายแต่ทรงพลังมากๆ เลยครับ
ปัญหาที่ใกล้ตัว: เงินเฟ้อ vs ดอกเบี้ยเงินฝาก
เรามาเริ่มกันที่ปัญหาที่ใกล้ตัวมากๆ เลยดีกว่าครับ คือทุกวันนี้เนี่ยดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร โอ้โห บางทีต่ำกว่า 1% ด้วยซ้ำไป ซึ่งมันก็หมายความว่าการที่เราแค่เก็บเงินไว้ในธนาคารเฉยๆ เนี่ยนะ ในระยะยาวแล้วมูลค่าของมันจะโตไม่ทันเงินเฟ้อเลย หรือพูดง่ายๆ ก็คือเงินของเรากำลังเล็กลงทุกวันนั่นเองครับ
ทำไมต้องลงทุนในตลาดหุ้น?
ก็นั่นแหละครับ เลยเกิดเป็นคำถามสำคัญขึ้นมาว่า แล้วเราจะสร้างความมั่งคั่งจริงๆ ให้เงินมันงอกเงยขึ้นมาได้ยังไงกันล่ะ ซึ่งคำถามนี้นะครับมันผลักดันให้คนจำนวนมากเลยต้องมองหาทางเลือกอื่น และหนึ่งในคำตอบที่ทรงพลังที่สุดก็คือตลาดหุ้นนั่นเองครับ แต่ก็เข้าใจได้เลยนะครับ พอพูดว่าตลาดหุ้นปุ๊บ ภาพในหัวของหลายๆ คนก็คือมันเหมือนคาสิโนหรือเปล่า มันดูเสี่ยง ดูวุ่นวาย คาดเดาอะไรก็ไม่ได้เลย เต็มไปด้วยราคาที่ผันผวนแบบสุดๆ ในแต่ละวัน
3 หลักการลงทุนเหนือกาลเวลา
แต่จะเป็นยังไงล่ะครับ ถ้าเรามีหลักการที่ถูกต้องเป็นตัวนำทาง Warren Buffett ซึ่งก็คือหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ได้ให้ปรัชญาที่ฟังดูเรียบง่ายนะครับ แต่ลึกซึ้งมากๆ ซึ่งปรัชญานี้แหละครับที่จะช่วยให้เราตัดเสียงรบกวนที่วุ่นวายพวกนั้นออกไปได้หมดเลย เอาล่ะครับ และปรัชญาที่ว่าเนี่ย มันสามารถย่อยออกมาเป็น 3 หลักการที่เหนือกาลเวลาจริงๆ ที่จะทำหน้าที่เป็นเหมือนกับเข็มทิศการลงทุนให้กับเราครับ
ปรัชญาการลงทุนของ Warren Buffett
ซึ่ง 3 หลักการสำคัญของ Warren Buffett ก็คือ 1. หุ้นคือธุรกิจ 2. ใช้ประโยชน์จากคุณตลาด หรือ Mr. Market และ 3. ต้องมีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย หรือ Margin of Safety คือเขาว่ากันอย่างนี้นะครับ แค่เราเข้าใจแนวคิด 3 ข้อนี้แบบลึกซึ้งจริงๆ เราก็จะนำหน้านักลงทุนคนอื่นๆ ในตลาดไปแล้วกว่า 90% เลยทีเดียวครับ
หลักการที่ 1: หุ้นคือธุรกิจ
มาดูกันที่หลักการข้อแรกเลยนะครับ การปรับมุมมองนี่คือหัวใจเลย คือเราต้องเลิกมองว่าเรากำลังซื้อขายตัวย่อหุ้นบนกระดาน แต่ให้มองว่าเรากำลังเข้าไปเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของธุรกิจนั้นจริงๆ เป็นธุรกิจที่มีการดำเนินงานอยู่จริงๆ ซึ่งหลักการง่ายๆ ก็คือ ถ้าธุรกิจมันดีนะ ในระยะยาวราคาหุ้นมันก็จะดีตามไปด้วยนั่นเองครับ
หลักการที่ 2: ใช้ประโยชน์จากคุณตลาด
ข้อที่ 2 ครับ เราต้องเข้าใจจิตวิทยาของตลาดเสียก่อน ให้ลองนึกภาพตามนะครับว่า ตลาดหุ้นเนี่ยเป็นเหมือนหุ้นส่วนธุรกิจของเราคนนึงที่ชื่อว่าคุณตลาด แต่เขาเป็นคนที่อารมณ์แปรปรวนมากๆ บางวันก็ร่าเริงสุดๆ มองโลกในแง่ดีสุดขีด บางวันก็ซึมเศร้า หดหู่แบบไม่มีเหตุผลเลย หน้าที่ของเราก็คือใช้ประโยชน์จากอารมณ์ที่สวิงไปมาของเขาเนี่ยแหละครับ ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเองตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของเขา
หลักการที่ 3: Margin of Safety
และหลักการข้อสุดท้าย ซึ่งสำคัญมากๆ เลยนะครับ ก็คือ Margin of Safety หรือส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยครับ พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดเลยก็คือ เราต้องซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมันเสมอ ลองนึกภาพว่าเรากำลังซื้อของชิ้นหนึ่ง ที่เรารู้ว่ามีมูลค่า 100 บาท แต่เราซื้อมันมาได้ในราคาแค่ 70 บาท ส่วนต่าง 30 บาท นั่นแหละครับคือกกรอบป้องกันความเสี่ยงของเรา เผื่อเราประเมินอะไรผิดพลาดไป หรือมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
หลักการทั้ง 3 ข้อใช้ได้ผลจริงไหม?
เอาล่ะครับ พอเราเข้าใจหลักการทั้ง 3 ข้อแล้ว ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่า ในโลกของความเป็นจริงเนี่ย หลักการพวกนี้มันใช้ได้ผลจริงมั้ย มันทรงพลังแค่ไหนกันเชียว
ตัวอย่าง Blackberry vs Apple
เราจะมาพิสูจน์หลักการข้อแรกกันครับ ที่ว่าหุ้นคือธุรกิจ โดยเคสที่ผมว่าหลายคนน่าจะจำกันได้ดี แล้วก็เห็นภาพชัดมากๆ เลย ที่ว่ากันว่าในระยะยาวแล้วเนี่ย ผลประกอบการของธุรกิจกับราคาหุ้นมันจะวิ่งไปในทางเดียวกันเสมอครับ ดูที่ตารางนี้สิครับ ชัดเจนมากเลยใช่มั้ยครับ ในฝั่งของ Blackberry เนี่ย จากที่เคยมีกำไรเป็นพันล้านเหรียญ กลายเป็นขาดทุนมหาศาล ราคาหุ้นก็ร่วงจาก 100 กว่าเหรียญ เหลือแค่ 10 เหรียญ ในทางกลับกัน ฝั่ง Apple กำไรโตขึ้นถึง 6 เท่า ราคาหุ้นก็พุ่งทะยานตามไปด้วย นี่แหละครับคือหลักฐานเลยว่าหลักการข้อแรกมันทำงานในโลกแห่งความเป็นจริงยังไง
พลังของผลตอบแทนทบต้น (Fast Ten)
ทีนี้มาดูอีกตัวอย่างนึงที่น่าทึ่งไม่แพ้กันเลยครับ ตัวอย่างนี้จะแสดงให้เห็นถึงพลังของการซื้อธุรกิจที่ยอดเยี่ยม แล้วก็แค่อดทนถือมันไว้ในระยะยาวครับ เรื่องนี้ย้อนกลับไปในปี 1987 นะครับ มีการลงทุนในบริษัทที่ชื่อว่า Fast Ten ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับอุปกรณ์ก่อสร้าง ด้วยเงินเริ่มต้นแค่ 9,000 ดอลลาร์เท่านั้นเอง และหลังจากนั้นก็แค่ถือหุ้นนั้นไว้นิ่งๆ เลยครับ ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย ปล่อยให้เวลาเดินไป 25 ปี ซึ่งมันก็เป็นเวลา 25 ปี ที่มันก็จะผ่านไปอยู่ดี ไม่ว่าเราจะลงทุนหรือไม่ลงทุนก็ตาม และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ภายในปี 2012 เงิน 9,000 ดอลลาร์ก้อนนั้น ได้เติบโตกลายเป็น 4,400,000 ดอลลาร์ โอ้โหนี่แหละครับคือพลังของผลตอบแทนทบต้น ที่เฉลี่ยถึง 28% ต่อปี ที่มาจากการลงทุนในธุรกิจที่ยอดเยี่ยม แล้วก็อดทนรอคอยครับ
การปรับใช้หลักการในตลาดยุคใหม่
คำถามสำคัญต่อมาก็คือ แล้วเราจะเอาหลักการที่มันเหนือกาลเวลาพวกนี้ มาปรับใช้กับตลาดยุคใหม่ ที่ข้อมูลมันเยอะแยะไปหมดได้ยังไงล่ะ
กรอบการวิเคราะห์: คุณภาพ vs ราคา
คำตอบก็คือ เราต้องมีกรอบการวิเคราะห์ หรือมีระบบเข้ามาช่วยครับ คือเป้าหมายของเราก็คือการค้นหาธุรกิจที่ยอดเยี่ยมในราคาที่ยุติธรรมใช่มั้ยครับ ดังนั้นเราก็ต้องการเครื่องมือที่มันจะช่วยประเมินบริษัทต่างๆ อย่างเป็นระบบ โดยดูจาก 2 แกนหลักๆ นี่แหละครับ 1. คือคุณภาพของธุรกิจ และ 2. คือความสมเหตุสมผลของราคา ซึ่งจิตตมทริกที่เห็นอยู่นี้นะครับ ก็คือคำตอบนั้นเลย มันเป็นกรอบที่ช่วยจัดกลุ่มบริษัทต่างๆ โดยดูจาก 2 แกนนี้แหละครับ คุณภาพกับราคา ซึ่งมันทำให้เราเห็นเป้าหมายการลงทุนของเราได้ชัดเจนที่สุดเลย
โซนของดีราคาถูก
นั่นก็คือโซนมุมขวาบน ส่วนที่เรียกว่าของดีราคาถูก ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนเน้นคุณค่าทุกคนมองหา เพราะมันคือจุดที่มีโอกาสทำกำไรสูงสุดในระยะยาวครับ
ผลตอบแทนจากการใช้กลยุทธ์เน้นคุณค่า
และนี่อาจจะเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดเลยครับ เพราะข้อมูลจากการทดสอบย้อนหลังเนี่ย มันแสดงให้เห็นเลยว่า ถ้าเราใช้กลยุทธ์ที่เน้นซื้อหุ้นในกลุ่มของดีราคาถูก
สรุปและคำถามทิ้งท้าย
การลงทุนในตลาดหุ้นนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากเรามีหลักการที่ถูกต้องและเข้าใจธรรมชาติของตลาดอย่างแท้จริง 3 หลักการลงทุนที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเสมือนเข็มทิศนำทางให้เราสามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในระยะยาว
การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจ และการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราสามารถสร้างความมั่งคั่งและบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างยั่งยืน
แนวทางการลงทุนของเราเป็นแบบไหน?
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุนทุกท่านนะครับ
💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์
หรือสแกน QR เพื่อแอด

Leave a Reply