วิธีการใช้ Stop Order ควบคุมความเสี่ยง TFEX | แกะกราฟกับกุ๊ก

วิธีการใช้ Stop Order เพื่อควบคุมความเสี่ยงในการเทรด TFEX

ในโลกของการลงทุน TFEX ที่มีความผันผวนสูงและใช้เลเวอเรจ การควบคุมความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญที่นักลงทุนทุกคนต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ หนึ่งในเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้นักเทรดสามารถจัดการความเสี่ยงและตั้งเงื่อนไขซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ “Stop Order” บทความนี้จาก การงง การเงิน จะพาคุณไปเจาะลึกถึงวิธีการใช้ Stop Order เพื่อควบคุมความเสี่ยงในการเทรด TFEX พร้อมตัวอย่างการตั้งเงื่อนไขซื้อขายที่เข้าใจง่ายจากแกะกราฟกับกุ๊ก เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้กับการเทรดของคุณได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสถานะใหม่หรือการตั้ง Stop Loss เพื่อจำกัดการขาดทุน

Stop Order คืออะไร? ทำไมต้องใช้ในการเทรด TFEX

ความหมายของ Stop Order

Stop Order คือคำสั่งซื้อขายแบบมีเงื่อนไข (Conditional Order) ที่จะถูกส่งเข้าสู่ระบบการซื้อขายโดยอัตโนมัติเมื่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิงเคลื่อนไหวไปถึงระดับราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า พูดง่ายๆ คือ เป็นคำสั่งที่ “รอ” จนกว่าเงื่อนไขราคาจะถูกกระตุ้น (Trigger) ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อขายจริง (เช่น Market Order หรือ Limit Order) และส่งเข้าสู่ตลาดเพื่อจับคู่

ความแตกต่างจากคำสั่งตั้งรอปกติ

คำสั่งตั้งรอปกติ (Limit Order) เช่น การตั้งซื้อที่ราคาต่ำกว่าตลาด หรือตั้งขายที่ราคาสูงกว่าตลาด เป็นคำสั่งที่รอการจับคู่ทันทีที่ถูกส่งเข้าสู่ระบบ หากราคาตลาดถึงเงื่อนไขที่ตั้งไว้ คำสั่งก็จะถูกจับคู่ แต่สำหรับ Stop Order นั้นแตกต่างออกไป คำสั่งจะยังไม่ถูกส่งเข้าตลาดจนกว่าราคาตลาดจะไปแตะหรือผ่านราคาเงื่อนไข (Trigger Price) ที่เรากำหนดไว้ เมื่อเงื่อนไขถูกกระตุ้นแล้ว Stop Order จึงจะเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อขายจริงและถูกส่งเข้าตลาดเพื่อจับคู่ นี่คือความแตกต่างสำคัญที่ทำให้ Stop Order เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพในการจัดการกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเทรด TFEX ที่ต้องการความแม่นยำและรวดเร็ว

ประโยชน์หลักของ Stop Order สำหรับนักเทรด TFEX

ควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์อันดับแรกและสำคัญที่สุดของ Stop Order คือความสามารถในการควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในตลาด TFEX ที่มีการใช้เลเวอเรจสูง การเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ การตั้ง Stop Order ช่วยให้นักเทรดสามารถกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ล่วงหน้าได้ หากราคาเคลื่อนไหวผิดทางไปถึงจุดที่ยอมรับการขาดทุนได้ คำสั่ง Stop Order จะทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อปิดสถานะ ช่วยจำกัดความเสียหายไม่ให้บานปลาย และรักษาสภาพคล่องของเงินทุนไว้ได้

ตั้งเงื่อนไขซื้อขายอัตโนมัติ ไม่ต้องเฝ้าจอ

อีกหนึ่งประโยชน์ที่สำคัญคือ Stop Order ช่วยให้นักเทรดสามารถตั้งเงื่อนไขซื้อขายอัตโนมัติได้โดยไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา สำหรับนักเทรดที่มีภารกิจอื่น ๆ หรือไม่สามารถติดตามตลาดได้ตลอดทั้งวัน Stop Order เป็นเสมือนผู้ช่วยที่คอยเฝ้าตลาดและส่งคำสั่งแทนเราเมื่อเงื่อนไขที่กำหนดไว้ถูกกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสถานะใหม่เมื่อราคา Breakout หรือ Breakdown หรือการปิดสถานะเพื่อทำกำไรหรือตัดขาดทุน ความสามารถนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเทรดและลดความเครียดจากการต้องเฝ้าจอตลอดเวลา

ขั้นตอนการตั้งค่า Stop Order เบื้องต้น

การตั้งค่า Stop Order ในระบบเทรด TFEX มักจะมีขั้นตอนที่คล้ายคลึงกันในแต่ละโปรแกรมซื้อขาย โดยมีจุดสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจดังนี้

การเลือกฟังก์ชัน Stop Order ในระบบ

เริ่มต้นด้วยการเปิดโปรแกรมซื้อขาย TFEX ของคุณ จากนั้นให้มองหาช่องหรือปุ่มที่มีข้อความว่า “Stop Order” หรือ “Conditional Order” ซึ่งมักจะอยู่บริเวณมุมซ้ายบนของหน้าจอส่งคำสั่งซื้อขาย เมื่อคุณคลิกหรือติ๊กเลือกฟังก์ชันนี้ ระบบจะเปิดช่องสำหรับใส่เงื่อนไขเพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดรายละเอียดของคำสั่ง

การใส่เงื่อนไขสำหรับคำสั่ง

หลังจากเปิดใช้งานฟังก์ชัน Stop Order แล้ว คุณจะต้องกรอกรายละเอียดเงื่อนไขให้ครบถ้วน ซึ่งประกอบด้วย:

  • สัญญา (Contract): เลือกสัญญา TFEX ที่คุณต้องการเทรด เช่น S50S21
  • ประเภทคำสั่ง (Order Type): เลือกว่าจะเปิดสถานะ (Open Long/Short) หรือปิดสถานะ (Close Long/Short)
  • เงื่อนไขราคา (Price Condition): กำหนดเงื่อนไขที่ใช้กระตุ้นคำสั่ง เช่น มากกว่าเท่ากับ (>=), น้อยกว่าเท่ากับ (<=)
  • ราคาเงื่อนไข (Trigger Price): คือราคาที่หากตลาดไปถึงหรือผ่าน คำสั่ง Stop Order จะถูกกระตุ้น
  • ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง (Limit Price/Buffer Price): คือราคาที่คำสั่งซื้อขายจริงจะถูกส่งเข้าตลาดเมื่อเงื่อนไขถูกกระตุ้น ซึ่งควรตั้งเผื่อไว้เพื่อป้องกันการข้าม Order
  • จำนวนสัญญา (Quantity): ระบุจำนวนสัญญาที่ต้องการซื้อขาย

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้ราคา “Last” ในการกำหนดเงื่อนไขราคา เพราะราคา Last คือราคาที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริงในกระดาน ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ตลาดได้แม่นยำกว่าราคา Bid หรือ Offer ที่อาจไม่มีการจับคู่จริง

การใช้งาน Stop Order เพื่อเปิดสถานะใหม่ (Follow Long/Short)

Stop Order ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับ Stop Loss เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเปิดสถานะใหม่ตามแนวโน้ม หรือที่เรียกว่า Follow Long/Short ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อราคา Breakout หรือ Breakdown

กรณีที่ 1: ตั้ง Follow Long เมื่อราคา Break แนวต้าน

สมมติว่าคุณต้องการเปิดสถานะ Long (ซื้อ) เมื่อดัชนี S50S21 ทะลุแนวต้านที่ 970 จุด เพื่อเล่นตามการ Breakout

วิธีการตั้งค่า:

  • เลือกฟังก์ชัน Stop Order
  • เลือกประเภทคำสั่งเป็น “Long Open”
  • เลือกสัญญา: S50S21
  • เงื่อนไขราคา: Last มากกว่าเท่ากับ (>=)
  • ราคาเงื่อนไข (Trigger Price): 970.1 (เนื่องจากต้องการให้ Break 970 จึงต้องให้ผ่าน 970 ไปแล้ว)
  • ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง (Limit Price/Buffer Price): 972 (ตั้งเผื่อให้สูงกว่า Trigger Price เพื่อป้องกัน Order ข้ามหรือถูก Reject หากราคาพุ่งแรง)
  • จำนวนสัญญา: ระบุตามต้องการ เช่น 5 สัญญา

การทวนคำสั่ง: เมื่อ S50S21 (Last) มากกว่าเท่ากับ 970.1 ให้เปิดสถานะ Long จำนวน 5 สัญญาที่ราคาไม่เกิน 972

กรณีที่ 2: ตั้ง Follow Short เมื่อราคาหลุดแนวรับ

สมมติว่าคุณต้องการเปิดสถานะ Short (ขาย) เมื่อดัชนี S50S21 หลุดแนวรับที่ 900 จุด เพื่อเล่นตามการ Breakdown

วิธีการตั้งค่า:

  • เลือกฟังก์ชัน Stop Order
  • เลือกประเภทคำสั่งเป็น “Short Open”
  • เลือกสัญญา: S50S21
  • เงื่อนไขราคา: Last น้อยกว่าเท่ากับ (<=)
  • ราคาเงื่อนไข (Trigger Price): 899.9 (เนื่องจากต้องการให้หลุด 900 จึงต้องให้ต่ำกว่า 900 ไปแล้ว)
  • ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง (Limit Price/Buffer Price): 898 (ตั้งเผื่อให้ต่ำกว่า Trigger Price เพื่อป้องกัน Order ข้ามหรือถูก Reject หากราคาดิ่งแรง)
  • จำนวนสัญญา: ระบุตามต้องการ เช่น 5 สัญญา

การทวนคำสั่ง: เมื่อ S50S21 (Last) น้อยกว่าเท่ากับ 899.9 ให้เปิดสถานะ Short จำนวน 5 สัญญาที่ราคาไม่ต่ำกว่า 898

การตั้งราคาเผื่อ (Buffer Price) ในบรรทัดบนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากราคาในตลาดมีการกระโดดข้าม (Gap) อย่างรวดเร็ว คำสั่งของคุณอาจถูก Reject หรือข้ามไปเลย ทำให้ไม่สามารถจับคู่ได้ การตั้งราคาเผื่อจะช่วยเพิ่มโอกาสในการจับคู่คำสั่งได้สำเร็จ แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยราคาที่อาจจะคลาดเคลื่อนจาก Trigger Price เล็กน้อย

การใช้งาน Stop Order เพื่อปิดสถานะ (Stop Loss)

การตั้ง Stop Loss เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารความเสี่ยงของการเทรด TFEX เพื่อจำกัดการขาดทุนให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

กรณีที่ 1: ตั้ง Stop Loss สำหรับสถานะ Long

สมมติว่าคุณมีสถานะ Long S50S21 อยู่ในพอร์ต และต้องการตั้ง Stop Loss หากราคาหลุดต่ำกว่า 700 จุด

วิธีการตั้งค่า:

  • เลือกฟังก์ชัน Stop Order
  • เลือกประเภทคำสั่งเป็น “Short Close” (เพื่อปิดสถานะ Long)
  • เลือกสัญญา: S50S21
  • เงื่อนไขราคา: Last น้อยกว่าเท่ากับ (<=)
  • ราคาเงื่อนไข (Trigger Price): 699.9 (เมื่อราคาหลุด 700)
  • ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง (Limit Price/Buffer Price): 698 (ตั้งเผื่อให้ต่ำกว่า Trigger Price)
  • จำนวนสัญญา: ระบุจำนวนสัญญา Long ที่คุณต้องการปิด

การทวนคำสั่ง: เมื่อ S50S21 (Last) น้อยกว่าเท่ากับ 699.9 ให้ปิดสถานะ Long จำนวน X สัญญาที่ราคาไม่ต่ำกว่า 698

กรณีที่ 2: ตั้ง Stop Loss สำหรับสถานะ Short

สมมติว่าคุณมีสถานะ Short S50S21 อยู่ในพอร์ต และต้องการตั้ง Stop Loss หากราคา Break ทะลุ 1,000 จุด

วิธีการตั้งค่า:

  • เลือกฟังก์ชัน Stop Order
  • เลือกประเภทคำสั่งเป็น “Long Close” (เพื่อปิดสถานะ Short)
  • เลือกสัญญา: S50S21
  • เงื่อนไขราคา: Last มากกว่าเท่ากับ (>=)
  • ราคาเงื่อนไข (Trigger Price): 1000.1 (เมื่อราคา Break 1000)
  • ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง (Limit Price/Buffer Price): 1002 (ตั้งเผื่อให้สูงกว่า Trigger Price)
  • จำนวนสัญญา: ระบุจำนวนสัญญา Short ที่คุณต้องการปิด

การทวนคำสั่ง: เมื่อ S50S21 (Last) มากกว่าเท่ากับ 1000.1 ให้ปิดสถานะ Short จำนวน X สัญญาที่ราคาไม่เกิน 1002

ข้อควรระวังและเคล็ดลับในการตั้ง Stop Order

การใช้ Stop Order อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความเข้าใจในรายละเอียดและข้อควรระวังบางประการ เพื่อให้คำสั่งทำงานได้ตามที่เราต้องการและลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด

ความสำคัญของการเลือกใช้ราคา Last

ในการตั้งเงื่อนไขสำหรับ Stop Order ควรเลือกใช้ราคา “Last” เป็นตัวกำหนดเงื่อนไขเสมอ ราคา Last คือราคาที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริงในกระดาน ซึ่งสะท้อนถึงราคาที่แท้จริงของตลาด ณ ขณะนั้นได้ดีที่สุด การใช้ราคา Bid หรือ Offer อาจทำให้คำสั่งถูกกระตุ้นโดยที่ยังไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง หรืออาจทำให้คำสั่งไม่ถูกกระตุ้นแม้ว่าราคาตลาดจะเคลื่อนไหวไปถึงแล้วก็ตาม ดังนั้น การใช้ Last Price จะช่วยให้เงื่อนไขมีความแม่นยำและสอดคล้องกับความเป็นจริงของตลาดมากที่สุด

การกำหนดราคาเผื่อ (Buffer Price) เพื่อป้องกัน Order ข้าม

ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว การตั้งราคาเผื่อ (Buffer Price) ในบรรทัดบน (Limit Price) เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในตลาดที่มีความผันผวนสูงหรือช่วงที่มีข่าวสำคัญ ราคาอาจมีการกระโดดข้าม (Gap) อย่างรวดเร็ว หากคุณตั้งราคา Limit Price เท่ากับ Trigger Price พอดี หรือตั้งเผื่อไว้น้อยเกินไป คำสั่งของคุณอาจถูก Reject หรือข้ามไปเลย ทำให้ไม่สามารถจับคู่ได้ การตั้ง Buffer Price ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการจับคู่คำสั่งได้สำเร็จ แม้ว่าราคาที่ได้อาจจะคลาดเคลื่อนจาก Trigger Price ไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าการที่คำสั่งไม่ทำงานเลย อย่างไรก็ตาม การตั้ง Buffer Price ที่กว้างเกินไปก็อาจทำให้ได้ราคาที่ไม่ดีนัก ดังนั้น ควรพิจารณาจากความผันผวนของสินทรัพย์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

การทวนคำสั่งก่อนยืนยัน

ก่อนที่จะกดปุ่ม “Confirm” เพื่อส่งคำสั่ง Stop Order เข้าสู่ระบบ ควรทวนคำสั่งทั้งหมดที่คุณกรอกเข้าไปอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกครั้ง ตรวจสอบว่า:

  • สัญญาถูกต้องหรือไม่?
  • ประเภทคำสั่ง (Open Long/Short, Close Long/Short) ถูกต้องหรือไม่?
  • เงื่อนไขราคา (>= หรือ <=) ถูกต้องหรือไม่?
  • ราคาเงื่อนไข (Trigger Price) ถูกต้องหรือไม่?
  • ราคาที่ต้องการส่งคำสั่ง (Limit Price/Buffer Price) ถูกต้องหรือไม่?
  • จำนวนสัญญาถูกต้องหรือไม่?

การทวนคำสั่งจะช่วยป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการกรอกข้อมูลผิดพลาด ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดสถานะผิดทาง หรือการขาดทุนที่ไม่จำเป็นได้

สรุป: Stop Order เครื่องมือสำคัญสำหรับนักเทรด TFEX

ข้อดีของการใช้ Stop Order

Stop Order เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเทรด TFEX ทุกคน ด้วยความสามารถในการตั้งเงื่อนไขซื้อขายอัตโนมัติ ทำให้คุณสามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการตั้ง Stop Loss และยังสามารถใช้ในการเปิดสถานะใหม่เพื่อ Follow แนวโน้มของตลาดได้โดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ การใช้ Stop Order อย่างเข้าใจและถูกต้องจะช่วยให้นักเทรดมีวินัยในการเทรดมากขึ้น ลดอารมณ์ที่เข้ามากระทบการตัดสินใจ และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรในระยะยาว

คำแนะนำเพิ่มเติม

การเรียนรู้ วิธีการใช้ Stop Order เพื่อควบคุมความเสี่ยงในการเทรด TFEX | ตั้งเงื่อนไขซื้อขาย | แกะกราฟกับกุ๊ก เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการฝึกฝนและทำความเข้าใจการทำงานของ Stop Order ในสถานการณ์ตลาดจริง ควรเริ่มต้นจากการทดลองตั้งค่าในระบบจำลอง (Paper Trading) ก่อนที่จะนำไปใช้กับการเทรดด้วยเงินจริง และหมั่นทบทวนกลยุทธ์การตั้ง Stop Order ของคุณอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การใช้ Stop Order อย่างชาญฉลาดจะช่วยให้คุณเป็นนักเทรดที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในตลาด TFEX ได้อย่างยั่งยืน

💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์


👉 แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี

หรือสแกน QR เพื่อแอด

QR Code Line