Category: การดูแลสุขภาพ
-

หมอญี่ปุ่นแนะ 3 สิ่งก่อนนอน เร่งเผาไขมันขณะหลับ! | สูงวัยใกล้หมอ
หมอญี่ปุ่นแนะ — 3 สิ่งที่ต้องทำก่อนนอน ช่วยเร่งเผาไขมันขณะนอนหลับ (แถมหลับดีขึ้น) | สูงวัยใกล้หมอ เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงมีอายุยืนยาวที่สุดในโลก แถมยังดูสุขภาพดี รูปร่างดี แม้อายุจะมากขึ้น? หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามคือศาสตร์แห่ง “อนคัสสึ” (Onkatsu) หรือการดูแลอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเชื่อมโยงกับกลไกสำคัญในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย นั่นคือ “ไขมันสีน้ำตาล” ค่ะ วันนี้รายการสูงวัยใกล้หมอจะพาทุกท่านไปเจาะลึกเรื่องนี้ พร้อมเผย 3 สิ่งง่ายๆ ที่คุณหมอชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ทำก่อนนอน เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของไขมันสีน้ำตาล และเผาผลาญไขมันขณะนอนหลับ แถมยังช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ ไขมันสีน้ำตาลคืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? ไขมันในร่างกายของเรามี 2 ประเภทหลักๆ ที่มีความแตกต่างกันอย่างมากค่ะ ไขมันสีขาว vs ไขมันสีน้ำตาล ไขมันสีขาว (White Adipose Tissue) คือไขมันที่เราคุ้นเคยกันดี ทำหน้าที่เก็บสะสมพลังงานส่วนเกินที่เราได้รับจากการรับประทานอาหาร หากเรากินมากเกินความจำเป็น ไขมันส่วนเกินก็จะถูกเก็บสะสมไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา ซึ่งเป็นไขมันที่เราพยายามลดกันอยู่ทุกวัน ส่วนไขมันสีน้ำตาล (Brown Adipose Tissue)…
-

หมอญี่ปุ่นเผยความลับการนอนหลับ: เปลี่ยนชีวิตด้วยสถาปัตยกรรมแห่งการนอน
หมอญี่ปุ่นเผย : ความลับสถาปัตยกรรมแห่งการนอนหลับ ที่ทำให้ชีวิตและสุขภาพเปลี่ยน คุณเคยรู้สึกหรือไม่ว่านอนหลับไป 8 ชั่วโมงเต็มอิ่ม แต่ตื่นมากลับรู้สึกไม่สดชื่น อ่อนเพลียเหมือนไม่ได้พักผ่อน? ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะคุณยังไม่เข้าใจ “สถาปัตยกรรมแห่งการนอนหลับ” โครงสร้างและรูปแบบการนอนหลับที่ร่างกายของเราออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกความลับจากคำแนะนำของหมอญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ เพื่อให้คุณเข้าใจ Sleep Cycle, เทคนิคการคำนวณเวลานอน และ Sleep Hygiene ที่จะช่วยให้คุณตื่นมาพร้อมกับความสดชื่นและพลังงานเต็มเปี่ยมในทุก ๆ เช้า ทำไมการนอน 8 ชั่วโมงถึงไม่ได้ผล? หลายคนเข้าใจผิดว่าการนอนหลับคือการพักผ่อนร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว การนอนหลับเปรียบเสมือนการอัปเดตระบบในสมาร์ทโฟน ร่างกายกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อซ่อมแซมตัวเอง หากเราขัดขวางกระบวนการนี้ ร่างกายก็จะเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้อัปเดต ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ปัญหาการนอนหลับของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุหลายท่านต้องเผชิญกับปัญหาการนอนหลับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมได้ การตื่นกลางคืนบ่อยครั้ง การนอนหลับไม่สนิท และการเปลี่ยนแปลงของวงจรการนอนหลับ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลง สาเหตุที่ทำให้การนอน 8 ชั่วโมงไม่ได้ผล การนอน 8 ชั่วโมงอาจไม่เพียงพอหากคุณภาพการนอนหลับไม่ดี สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้การนอน 8 ชั่วโมงไม่ได้ผล ได้แก่ การตื่นกลางคืน การนอนผิดเวลา…
-

5 เรื่องที่ควรรู้ก่อนดีท็อกซ์เลือด: ทำความเข้าใจการล้างเลือด
5 เรื่องที่ควรรู้ก่อนดีท็อกซ์เลือด คำว่า “ดีท็อกซ์ระบบเลือด” กลายเป็นคำที่เราได้ยินบ่อยมากขึ้นในปัจจุบัน ทั้งจากโลกออนไลน์และคลินิกสุขภาพต่างๆ บางคนบอกว่าทำแล้วรู้สึกดีขึ้น บางคนเชื่อว่าเป็นการล้างพิษในเลือด แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่ามันคืออะไรกันแน่ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องการดูแลเลือดอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกวิธีดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเองได้มากที่สุด ทำความเข้าใจเรื่องการล้างเลือด ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงวิธีการต่างๆ ในการดูแลเลือด เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานที่สำคัญกันก่อน เพื่อให้คุณมองเห็นภาพรวมและเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างวิธีการต่างๆ ได้อย่างชัดเจน การล้างเลือดที่คนทั่วไปเข้าใจ เมื่อพูดถึงการล้างเลือด หลายคนมักจะนึกถึงบริการต่างๆ ที่โฆษณาว่าสามารถช่วยขจัดสารพิษออกจากเลือดได้ เช่น การฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือด (IV therapy), การอบซาวน่าอินฟราเรด, หรือการล้างลำไส้ใหญ่ การล้างเลือดด้วยเครื่อง Hemodialysis ในทางการแพทย์ การล้างเลือดมีความหมายเดียว คือ การใช้เครื่อง Hemodialysis หรือเครื่องไตเทียม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง ระบบการล้างพิษในร่างกาย ร่างกายของเรามีระบบการล้างพิษตามธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งทำงานตลอดเวลาเพื่อกำจัดของเสียและสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย อวัยวะหลักที่ทำหน้าที่นี้ ได้แก่ ผิวหนัง ตับ ไต และลำไส้ ทางเลือกใหม่ๆ ในการดูแลเลือด นอกเหนือจากวิธีการดูแลเลือดแบบดั้งเดิม ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ๆ ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น เช่น Red Light Therapy/Infrared…
-

กล้ามเนื้อน้อยทำให้แก่ไว — วิธีสร้างฮอร์โมนชะลอวัยที่คุณอาจไม่รู้
กล้ามเนื้อน้อยทำให้แก่ไว — วิธีสร้างฮอร์โมนชะลอวัยที่หลายคนไม่รู้ คุณเคยรู้สึกหรือไม่ว่าร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่คุ้นเคย? หมดแรงง่ายขึ้น อารมณ์แปรปรวน หรือแม้แต่รู้สึกว่าการฟื้นตัวจากอาการป่วยไข้ใช้เวลานานขึ้น? หลายคนอาจคิดว่านี่เป็นเพียงสัญญาณของอายุที่มากขึ้น หรือความเครียดในชีวิตประจำวัน แต่ความจริงแล้ว อาจมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่ซึ่งหลายคนคาดไม่ถึง นั่นคือ การสูญเสีย “โรงงานผลิตฮอร์โมนชะลอวัย” ที่สำคัญที่สุดในร่างกายของเรา นั่นคือกล้ามเนื้อนั่นเอง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจความสำคัญของกล้ามเนื้อในฐานะโรงงานผลิตฮอร์โมนชะลอวัย รวมถึงวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นและชีวิตที่ยืนยาว ทำไมกล้ามเนื้อถึงสำคัญ? หลายคนอาจมองว่ากล้ามเนื้อเป็นเพียงส่วนประกอบที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้ แต่ความจริงแล้ว กล้ามเนื้อมีความสำคัญมากกว่านั้นมาก กล้ามเนื้อไม่ใช่แค่เรื่องความแข็งแรง กล้ามเนื้อทำหน้าที่มากกว่าแค่การยกของหนักหรือทำให้รูปร่างดูดี กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะที่ทำงานอย่างแข็งขันภายในร่างกาย มีส่วนช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และยังเป็นแหล่งผลิตสารสำคัญมากมาย กล้ามเนื้อสร้างและหลั่งสารสำคัญ เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว มันจะปล่อยสารที่เรียกว่า “ไมโอไคน์” (Myokines) หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ฮอร์โมนจากกล้ามเนื้อ” ออกมาสู่กระแสเลือด สารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ฮอร์โมนจากกล้ามเนื้อมีหน้าที่อะไร? ฮอร์โมนจากกล้ามเนื้อมีหน้าที่หลากหลาย เช่น: ช่วยลดการอักเสบ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ช่วยในการเผาผลาญไขมัน กล้ามเนื้อคือโรงงานผลิตฮอร์โมนชะลอวัย กล้ามเนื้อเปรียบเสมือนโรงงานผลิตฮอร์โมนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในร่างกายของเรา ฮอร์โมนเหล่านี้มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและส่งเสริมสุขภาพองค์รวม ฮอร์โมนจากกล้ามเนื้อช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ฮอร์โมนที่ผลิตจากกล้ามเนื้อจะเดินทางไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย…
-

หมอญี่ปุ่นแนะ เคล็ดลับอายุยืน: ดูแลตับ ไต หัวใจ ด้วยอาหารใกล้ตัว
หมอญี่ปุ่นแนะ เคล็ดลับอายุยืน ต้องเริ่มดูแลอวัยวะเหล่านี้จากของกินใกล้ตัว คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าอาหารที่คุณรับประทานในชีวิตประจำวัน อาจกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพภายในร่างกายของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว? หลายคนอาจคิดว่าการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเริ่มต้นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและมีอายุยืนยาวนั้น สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารใกล้ตัวที่เราคุ้นเคยนี่เอง วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงเคล็ดลับจากหมอญี่ปุ่น ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพตับ ไต และหัวใจ ผ่านการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ทำไมอาหารใกล้ตัวถึงทำร้ายตับ ไต และหัวใจโดยไม่รู้ตัว? หลายคนอาจไม่ทราบว่าอาหารที่เรากินทุกวันนั้น อาจมีส่วนประกอบบางอย่างที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของอวัยวะภายในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตับ ไต และหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานอย่างหนักตลอดเวลา หากไม่ได้รับการดูแลที่ดี ก็อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ ทำไมตับ ไต และหัวใจถึงเป็นอวัยวะที่เงียบ? หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราไม่รู้ตัวว่าอาหารกำลังทำร้ายอวัยวะเหล่านี้ก็คือ ตับ ไต และหัวใจมักจะไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนในระยะแรกเริ่ม ต่างจากอวัยวะอื่นๆ ที่มักจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น เมื่อมีบาดแผลที่ผิวหนังเราจะรู้สึกเจ็บปวดทันที หรือเมื่อมีอาการท้องเสีย ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนให้เรารู้สึกไม่สบายตัว แต่สำหรับตับ ไต และหัวใจแล้ว อาการผิดปกติมักจะค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ และเงียบๆ ยกตัวอย่างเช่น ไต ซึ่งสามารถทำงานได้ดี แม้ว่าจะเหลือการทำงานเพียง 30% เท่านั้น นั่นหมายความว่า ไตอาจจะเสียหายไปแล้วถึง…
-

แพทย์ญี่ปุ่นเตือน: หยุดกินเค็มตอนเย็น ป้องกันสมองตีบ พูดไม่ชัด
แพทย์ชาวญี่ปุ่นแนะ : หยุดกินเค็มตอนเย็น ถ้าไม่อยากตื่นมาปากเบี้ยว พูดไม่ชัด (โรคสมองตีบ) เคยหรือไม่? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง ทั้งที่เมื่อคืนก็ไม่ได้ทำกิจกรรมหนักๆ เลย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Stroke) ที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเกินไป วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงอันตรายของการกินเค็มในมื้อเย็น พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น เพื่อให้คุณผู้อ่านตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และป้องกันโรคสมองตีบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมอาหารเย็นเค็ม อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองตีบ? หลายคนอาจไม่ทราบว่า การรับประทานอาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุมีการทำงานของระบบต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เคสตัวอย่าง: ผู้ป่วยที่ตื่นมาแล้วมีอาการผิดปกติ ลองนึกภาพตาม: ผู้สูงอายุท่านหนึ่งรับประทานอาหารเย็นตามปกติ ซึ่งอาจมีเมนูโปรดอย่างปลาทอด น้ำพริก หรือแกงส้มที่มีรสชาติค่อนข้างเค็ม หลังจากนั้นก็นั่งพักผ่อนดูโทรทัศน์ ก่อนจะเข้านอนตามปกติ แต่แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นกลับพบว่ามีอาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง นี่คือหนึ่งในเคสตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างอาหารเย็นเค็มกับโรคหลอดเลือดสมองตีบ ปัจจัยเสี่ยงที่ซ่อนอยู่: อาหารเย็นและพฤติกรรมหลังกิน อาหารเย็นที่มีรสเค็มจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ เนื่องจากโซเดียมในปริมาณมากจะส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วนั่งพักผ่อน หรือนอนหลับทันที พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ สัญญาณเตือนของหลอดเลือดสมองตีบที่หลายคนมองข้าม อาการของโรคหลอดเลือดสมองตีบอาจไม่แสดงอาการอย่างชัดเจนในระยะแรก ทำให้หลายคนมองข้ามสัญญาณเตือนที่สำคัญ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงสัญญาณเตือนต่างๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น…
-

สมองแข็งแรงถึงวัย 80: อาหารบำรุงสมองให้คมชัด ไม่เสื่อมง่าย
สมองแข็งแรงถึงวัย 80 — อาหารที่ช่วยให้สมองคมชัด ไม่เสื่อมง่ายในผู้สูงวัย หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “สมองเสื่อม” และอดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้ เพราะความกลัวที่จะสูญเสียความทรงจำ สูญเสียความเป็นตัวเอง หรือการเป็นภาระของคนในครอบครัว แต่ข่าวดีก็คือ โรคสมองเสื่อมไม่ได้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้นเสมอไป! จากงานวิจัยล่าสุดพบว่า 1 ใน 3 ของโรคสมองเสื่อมนั้นมาจากปัจจัยที่เราสามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ นั่นหมายความว่า เราสามารถดูแลสมองให้แข็งแรงและคมชัดได้ แม้จะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้วก็ตาม บทความนี้จะพาคุณไปค้นพบความลับของอาหารที่ช่วยชะลอการเสื่อมของสมอง และเผยเคล็ดลับการดูแลสมองให้แข็งแรงถึงวัย 80 สมองเสื่อม: ความเข้าใจผิดและการป้องกัน ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสมองเสื่อมมีอยู่มากมาย หลายคนเชื่อว่าสมองเสื่อมเป็นเรื่องของกรรมตามวัย หรือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงแล้วมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพสมอง และเราสามารถควบคุมปัจจัยเหล่านั้นได้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมองเสื่อม ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมองเสื่อมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ พันธุกรรม: เป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อายุ: เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงได้ยาก สภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิต: เป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ เช่น อาหารการกิน การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการเข้าสังคม ปัจจัยจากสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตนี้เอง ที่มีผลต่อสุขภาพสมองถึง 1 ใน 3 ของการเสื่อมทั้งหมด นั่นหมายความว่า เรามีอำนาจในการดูแลสุขภาพสมองของเราได้มากกว่าที่คิด…
-

แพทย์ญี่ปุ่นเผย: พูดซ้ำ ลืมง่าย สับสนเวลา ไม่ใช่เพราะแก่!
แพทย์ชาวญี่ปุ่นเผย : พูดซ้ำ ลืมง่าย สับสนเวลา ไม่ใช่เพราะแก่! – ความเข้าใจผิดเรื่องอัลไซเมอร์ เคยไหมคะ อยู่ดีๆ ก็ลืมว่ากำลังจะพูดอะไร ลืมชื่อหลานที่เรียกอยู่ทุกวัน หรือบางทีก็เดินเข้าครัวแล้วยืนงง ลืมว่ามาทำอะไร หลายคนคงเคยคิดว่าอาการเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องปกติของความแก่ แต่ความจริงแล้วอาจมีอะไรที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้น วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อคำว่า “หลงลืม” ไปตลอดกาล อาการหลงลืม: สัญญาณเตือนที่สมองส่งมานาน หลายคนอาจมองข้ามอาการหลงลืมเล็กๆ น้อยๆ ไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของวัยที่มากขึ้น แต่แท้จริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนที่สมองกำลังส่งมานานแล้ว เพียงแต่เราอาจยังไม่ทันได้สังเกต หรือเข้าใจผิดไปว่ามันเป็นเพียงผลกระทบจากความชรา จุดที่ควรเริ่มกังวล การหลงลืมเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน แต่มีบางอาการที่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ พูดซ้ำ: พูดประโยคเดิมซ้ำๆ หลายครั้งในเวลาอันสั้น ลืมง่าย: ลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือลืมสิ่งของที่วางไว้ สับสนเวลา: จำไม่ได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร หรือจำไม่ได้ว่าตอนนี้กี่โมง ลืมลำดับเหตุการณ์: เล่าเรื่องราวต่างๆ สลับไปมา หรือเรียงลำดับเหตุการณ์ผิดพลาด ลืมชื่อคนในครอบครัว: จำชื่อสมาชิกในครอบครัวไม่ได้ เส้นบางๆ ระหว่างแก่แล้วลืมกับสมองเริ่มเสื่อม การแยกแยะระหว่างการหลงลืมตามวัย และอาการของสมองที่เริ่มเสื่อมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมันจะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพสมองได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที คุณหมอมาโกโตะ แพทย์ชาวญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ…
-

เป็นกรดไหลย้อนต้องรู้: อาหารและพฤติกรรมที่ช่วยให้อาการดีขึ้น
เป็นกรดไหลย้อนต้องรู้: อาหารและพฤติกรรมที่ช่วยให้อาการดีขึ้น คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมถึงเป็นกรดไหลย้อนบ่อยๆ ทั้งๆ ที่ก็พยายามเลี่ยงอาหารเผ็ด อาหารเปรี้ยวแล้ว? บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่อาหารเสมอไป แต่เป็นสิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัวต่างหาก! บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงของกรดไหลย้อน พร้อมเผยเคล็ดลับการปรับพฤติกรรมง่ายๆ ที่จะช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างเห็นผล สาเหตุที่แท้จริงของกรดไหลย้อน หลายคนมักเข้าใจผิดว่ากรดไหลย้อนเกิดจากอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบมากกว่าที่คุณคิด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อาหารเสมอไป การแก้ปัญหาเรื่องกรดไหลย้อนมักเริ่มต้นด้วยการจำกัดอาหาร แต่บางครั้งก็ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป เพราะสาเหตุอาจไม่ได้มาจากอาหารโดยตรง 3 สิ่งที่เราทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว มี 3 สิ่งที่เราทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน ได้แก่ เวลาในการรับประทานอาหาร ปริมาณอาหารที่ทาน และพฤติกรรมหลังการทานอาหาร การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ: 2 ขั้นตอนง่ายๆ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การหลีกเลี่ยงอาหาร ลองทำตาม 2 ขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้ เพื่อจัดการกับกรดไหลย้อนที่ต้นเหตุ หยุดทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน การทานอาหารใกล้เวลานอน ทำให้กระเพาะอาหารยังคงทำงานหนักในขณะที่คุณพักผ่อน ส่งผลให้กรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น นอนตะแคงซ้าย หรือยกหัวเตียงสูงขึ้น ท่านอนมีผลต่ออาการกรดไหลย้อน การนอนตะแคงซ้ายจะช่วยให้กรดไหลย้อนได้ยากขึ้น หรือการยกหัวเตียงสูงขึ้นเล็กน้อยก็ช่วยได้เช่นกัน ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับอาหารและกรดไหลย้อน มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับอาหารที่ส่งผลต่อกรดไหลย้อน แต่ความจริงอาจแตกต่างจากที่คุณเคยเข้าใจ กาแฟและอาหารเผ็ดไม่ได้เป็นสาเหตุหลัก หลายคนเชื่อว่ากาแฟและอาหารเผ็ดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน…
-

ใจสั่นไม่ใช่เรื่องเล็ก: ทำไมถึงเสี่ยงเส้นเลือดสมองแตก?
ใจสั่นไม่ใช่เรื่องเล็ก…ทำไมถึงพาไปเส้นเลือดสมองแตก เคยไหมคะทุกคน อยู่ดีๆ หัวใจสั่นแรงเต้นเร็วๆ แบบไม่มีสาเหตุ หลายคนคิดว่าแค่เครียด ดื่มกาแฟมากไป หรือนอนไม่พอ หลับแล้วก็ปล่อยผ่านไป แต่วันนี้นุ่นจะเล่าให้ฟังว่าอาการใจสั่นเล็กๆ นี้อาจจะไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่เราคิด การศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะใจเต้นผิดจังหวะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า! เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะบางครั้งเราอาจไม่รู้ตัวว่ามีปัญหานี้ด้วยซ้ำ วันนี้เราจะมาเจาะลึกว่าทำไม ใจสั่น ถึงเชื่อมโยงกับเส้นเลือดสมองแตก เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีปัญหา และที่สำคัญที่สุด เราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร ใจสั่น: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนเมื่อมีอาการใจสั่นมักจะมองข้าม คิดว่าเป็นเรื่องปกติ หรือแค่พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ความจริงแล้ว อาการใจสั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะผิดปกติบางอย่างที่ร้ายแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะที่เรียกว่า Atrial Fibrillation หรือ AFib ความเสี่ยงของภาวะใจสั่น ภาวะใจสั่นสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น การใส่ใจกับอาการใจสั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ การสังเกตตัวเอง การสังเกตอาการของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีอาการใจสั่นบ่อยๆ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บหน้าอก เวียนหัว หรือหายใจลำบาก ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม Atrial Fibrillation (AFib)…