มาลองทำ Login ด้วย Authentication แต่ละแบบกัน

มาลองทำ Login ด้วย Authentication แต่ละแบบกัน

มาลองทำ Login ด้วย Authentication แต่ละแบบกัน

การทำระบบ Login เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันและแอปพลิเคชันต่างๆ ในปัจจุบัน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Authentication หรือการยืนยันตัวตน และวิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจวิธีการทำ Login ด้วย Authentication หลายรูปแบบ ตั้งแต่พื้นฐานการเก็บ Password อย่างปลอดภัย ไปจนถึงการใช้งาน Token และการป้องกัน API เพื่อให้คุณสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโปรเจกต์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบ Login ทำงานอย่างไร

ก่อนที่เราจะเจาะลึกวิธีการต่างๆ มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าระบบ Login โดยทั่วไปทำงานอย่างไร เริ่มต้นจากการที่ผู้ใช้ป้อนข้อมูล Login เช่น Email และ Password เข้าสู่ระบบ จากนั้นระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้กับข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล หากข้อมูลถูกต้อง ระบบจะทำการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ และอนุญาตให้เข้าถึงส่วนต่างๆ ของระบบได้

การเก็บ Password ใส่ฐานข้อมูล

การเก็บ Password อย่างปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำระบบ Login เนื่องจาก Password เป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน การเก็บ Password แบบ Plain text หรือแบบที่ไม่ได้เข้ารหัสมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกโจมตีได้ง่าย ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการเข้ารหัส Password ที่ปลอดภัย

การยืนยันตัวตน

เมื่อผู้ใช้ป้อนข้อมูล Login เข้ามา ระบบจะต้องทำการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ว่าข้อมูลที่ป้อนเข้ามาถูกต้องตรงกับข้อมูลที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลหรือไม่ กระบวนการนี้อาจเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ Email และ Password หรืออาจมีการใช้เทคนิคอื่นๆ เช่น การยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (Two-Factor Authentication) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

การเก็บข้อมูลหลัง Login (Token)

หลังจากที่ระบบยืนยันตัวตนของผู้ใช้สำเร็จแล้ว ระบบจะต้องทำการเก็บข้อมูลบางอย่างเพื่อระบุว่าผู้ใช้ได้ทำการ Login เข้าสู่ระบบแล้ว ข้อมูลที่ถูกเก็บนี้เรียกว่า Token ซึ่ง Token จะถูกใช้ในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ในครั้งต่อๆ ไป โดย Token สามารถถูกเก็บไว้ในหลายรูปแบบ เช่น Cookie, Local Storage หรือ Header

การป้องกัน API

API หรือ Application Programming Interface เป็นช่องทางที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างระบบต่างๆ การป้องกัน API เป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันต่างๆ ของระบบได้ การป้องกัน API สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ Token, การใช้ CORS (Cross-Origin Resource Sharing) หรือการตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้

การเตรียมความพร้อม

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นลงมือทำ เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น ในส่วนนี้เราจะมาดูวิธีการตั้งค่า Project การใช้ Docker Compose การสร้างฐานข้อมูล MySQL และการใช้ PHPMyAdmin

การตั้งค่า Project

การตั้งค่า Project เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เราจะเริ่มต้นด้วยการสร้างโครงสร้าง Project และติดตั้ง Library ที่จำเป็นสำหรับการทำ Login ด้วย Authentication

การใช้ Docker Compose

Docker Compose เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถจัดการ Container ต่างๆ ที่ใช้ในการพัฒนาได้อย่างง่ายดาย ในที่นี้เราจะใช้ Docker Compose ในการจัดการ MySQL และ PHPMyAdmin

การสร้างฐานข้อมูล MySQL

ฐานข้อมูล MySQL เป็นที่เก็บข้อมูลต่างๆ ของระบบ รวมถึงข้อมูลผู้ใช้ (User) เราจะต้องสร้างฐานข้อมูลและ Table ที่จำเป็นสำหรับการทำ Login

การใช้ PHPMyAdmin

PHPMyAdmin เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถจัดการฐานข้อมูล MySQL ได้อย่างง่ายดาย เราจะใช้ PHPMyAdmin ในการสร้าง Table, ดูข้อมูล และจัดการข้อมูลต่างๆ ในฐานข้อมูล

การเก็บ Password อย่างปลอดภัย

การเก็บ Password อย่างปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำระบบ Login ในส่วนนี้เราจะมาดูวิธีการเข้ารหัส Password ด้วย Hash Function การใช้ Bcrypt และการใช้ Salt

การเข้ารหัส Password ด้วย Hash Function

Hash Function เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลให้เป็นรูปแบบที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ (One-way function) ซึ่งเหมาะสำหรับการเก็บ Password

การใช้ Bcrypt

Bcrypt เป็น Hash Function ที่ได้รับความนิยมในการเข้ารหัส Password เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงและง่ายต่อการใช้งาน

การใช้ Salt

Salt คือค่าสุ่มที่ถูกนำมาใช้ร่วมกับ Password ก่อนที่จะทำการ Hash เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเก็บ Password

การสร้าง API Register

API Register เป็น API ที่ใช้ในการรับข้อมูลผู้ใช้ใหม่ (Email และ Password) และทำการเก็บข้อมูลลงในฐานข้อมูล

การ Handle Error

การ Handle Error เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนา API เพื่อให้ระบบสามารถจัดการกับข้อผิดพลาดต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

การยืนยันตัวตน

เมื่อเราได้ทำการเก็บ Password อย่างปลอดภัยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ ในส่วนนี้เราจะมาดูวิธีการสร้าง API Login การใช้ Bcrypt Compare และการจัดการ Login Fail และ Login Success

การสร้าง API Login

API Login เป็น API ที่ใช้ในการตรวจสอบ Email และ Password ของผู้ใช้ว่าถูกต้องหรือไม่

การใช้ Bcrypt Compare

Bcrypt Compare เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการเปรียบเทียบ Password ที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามากับ Password ที่ถูกเข้ารหัสไว้ในฐานข้อมูล

การตรวจสอบ Email และ Password

การตรวจสอบ Email และ Password เป็นขั้นตอนสำคัญในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้

การจัดการ Login Fail และ Login Success

เมื่อทำการตรวจสอบ Email และ Password เสร็จสิ้น เราจะต้องจัดการกับกรณีที่ Login Fail และ Login Success

การเก็บ Identity หลัง Login

หลังจากที่ผู้ใช้ทำการ Login สำเร็จแล้ว เราจะต้องทำการเก็บ Identity หรือข้อมูลที่ใช้ในการระบุตัวตนของผู้ใช้ ในส่วนนี้เราจะมาดูวิธีการใช้ JWT Token การใช้ Cookie และการใช้ Local Storage

JWT Token คืออะไร

JWT Token หรือ JSON Web Token เป็นรูปแบบหนึ่งของ Token ที่ใช้ในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ JWT Token ประกอบด้วย Header, Payload และ Signature

โครงสร้างของ JWT Token (Header, Payload, Signature)

JWT Token มีโครงสร้าง 3 ส่วนหลัก ได้แก่ Header, Payload และ Signature แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกัน

การสร้าง JWT Token

การสร้าง JWT Token เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการสร้าง Token สำหรับผู้ใช้

การใช้ JWT Token

เมื่อเราได้ JWT Token มาแล้ว เราสามารถนำไปใช้ในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ในครั้งต่อๆ ไป

การใช้ JWT Token ใน Header

การใช้ JWT Token ใน Header เป็นวิธีหนึ่งในการส่ง Token ไปยัง Server

การใช้ Cookie

Cookie เป็นวิธีหนึ่งในการเก็บข้อมูลที่ถูกส่งมาจาก Server และถูกเก็บไว้ใน Browser

การใช้ Local Storage

Local Storage เป็นวิธีหนึ่งในการเก็บข้อมูลใน Browser โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้จนกว่าจะถูกลบออก

การป้องกัน API

การป้องกัน API เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของระบบ ในส่วนนี้เราจะมาดูวิธีการสร้าง API User การใช้ Bearer Token การใช้ Authorization Header และการใช้ CORS

การสร้าง API User

API User เป็น API ที่ใช้ในการดึงข้อมูลผู้ใช้ (User) โดยจะต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ก่อนที่จะอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลได้

การใช้ Bearer Token

Bearer Token เป็นรูปแบบหนึ่งของ Token ที่ใช้ในการส่ง Token ไปยัง Server

การใช้ Authorization Header

Authorization Header เป็น Header ที่ใช้ในการส่ง Token ไปยัง Server

การตรวจสอบ Token

การตรวจสอบ Token เป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบว่า Token ที่ส่งมาถูกต้องหรือไม่

การใช้ CORS

CORS หรือ Cross-Origin Resource Sharing เป็นกลไกที่ช่วยให้ Browser สามารถเข้าถึง Resource จาก Domain อื่นได้

Front-end และการใช้งาน

หลังจากที่เราได้สร้าง API และจัดการส่วน Back-end เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องมาดูวิธีการใช้งานในส่วน Front-end ในส่วนนี้เราจะมาดูวิธีการสร้าง Login Form การใช้ Input Type Password การใช้ Axios การเก็บ Token ใน Local Storage และการดึงข้อมูล User

การสร้าง Login Form

Login Form เป็นส่วนที่ผู้ใช้ใช้ในการป้อนข้อมูล Login

การใช้ Input Type Password

Input Type Password เป็น Input ที่ใช้ในการป้อน Password โดยข้อมูลจะถูกปิดบัง

การใช้ Axios

Axios เป็น Library ที่ใช้ในการส่ง Request ไปยัง Server

การเก็บ Token ใน Local Storage

การเก็บ Token ใน Local Storage เป็นวิธีหนึ่งในการเก็บ Token ใน Browser

การดึงข้อมูล User

การดึงข้อมูล User เป็นการดึงข้อมูลผู้ใช้หลังจากที่ผู้ใช้ทำการ Login สำเร็จ

  • การเก็บ Password ใส่ฐานข้อมูลอย่างปลอดภัย
  • การยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน
  • การเก็บข้อมูลหลัง Login (Token)
  • การป้องกัน API
  • JWT Token
  • การใช้ Cookie
  • Local Storage
  • CORS


💬 ปรึกษาการเงินฟรีกับผู้เชี่ยวชาญ คลิกเพื่อแอดไลน์


👉 แอดไลน์เพื่อปรึกษาฟรี


หรือสแกน QR เพื่อแอด

QR Code Line


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *